คำถามที่พบบ่อย

ด้านพลังงาน

ตอบ: ใช้เวลาตรวจสอบ 1 วัน และออกผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานภายในไม่เกิน 3 วัน 

ตอบ: คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน มีดังนี้

  1. เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  2. ประกอบด้วย “ผู้เชี่ยวชาญ 1 คน” และ “ผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญ 2 คน”
  3. ผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่ “ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน และจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ”
  4. ผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่ “ช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบ และช่วยจัดทำรายงาน”
  5. ผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญ “ตรวจสอบและรับรองได้ไม่เกิน 30 แห่ง” ในแต่ละรอบการตรวจสอบ
  6. ต้องไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญให้กับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นในเวลาเดียวกัน
  7. ต้องไม่เป็นบุคลากรประจำของโรงงานควบคุมที่เข้าตรวจสอบและรับรอง
  8. การตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานในแต่ละโรงงาน ต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ 1 คน และผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญ 2 คน

    หน้าที่:

    1. ตรวจสอบรายงานการจัดการพลังงาน
    2. จัดทำรายการตรวจสอบตามข้อกำหนด
    3. เสนอแนวทางการปรับปรุงการจัดการพลังงาน
    4. จัดทำรายงานการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

ตอบ: อาคารหนึ่งหลังหรือหลายหลังภายใต้บ้านเลขที่เดียวกัน ที่ใช้พลังงานดังต่อไปนี้ จัดเป็นอาคารควบคุม

  1. ติดตั้งมิเตอร์ขนาด 1,000 กิโลวัตต์ (kW)
  2. ติดตั้งหม้อแปลงขนาด 1,175 kVA
  3. ใช้ไฟฟ้าหรือความร้อนจากไอน้ำจากผู้จำหน่าย หรือพลังงานที่ใช้จากผู้จำหน่ายหรือผลิตเอง ไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันในปีที่ผ่านมา มีปริมาณพลังงานเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้า 20 ล้าน MJ

ตอบ: โรงงานหนึ่งแห่งหรือหลายแห่งภายใต้บ้านเลขที่เดียวกัน ที่ใช้พลังงานดังต่อไปนี้ จัดเป็นโรงงานควบคุม

  1. ติดตั้งมิเตอร์ขนาด 1,000 กิโลวัตต์ (kW)
  2. ติดตั้งหม้อแปลงขนาด 1,175 kVA
  3. ใช้ไฟฟ้าหรือความร้อนจากไอน้ำจากผู้จำหน่าย หรือพลังงานที่ใช้จากผู้จำหน่ายหรือผลิตเอง ไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันในปีที่ผ่านมา มีปริมาณพลังงานเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้า 20 ล้าน MJ

ตอบ: ต้องยื่นรายงานการจัดการพลังงานต่ออธิบดีภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

  • ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Service ที่อธิบดีกำหนด
  • ยื่นเอกสารต้นฉบับ (รายงาน + รายงานการตรวจสอบ) + ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในซีดี ด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยถือวันที่ลงทะเบียนเป็นวันที่ยื่นรายงาน

ด้านอาคาร

ตอบ: หากพื้นที่ไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมายควบคุมอาคาร อาจมีเหตุผลอื่นที่ต้องตรวจสอบ เช่น คู่ค้าทางธุรกิจต้องการความปลอดภัย จึงมีการตรวจสอบภายในเพื่อความมั่นใจ เป็นต้น อาคารที่ไม่เข้าข่ายบังคับ หากมีผู้ใช้งานจำนวนมากและมีอายุการใช้งานนาน ก็ควรดำเนินการตรวจสอบเพื่อบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น ตรวจสอบทุก 5 ปี เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก 1. ขาดการตรวจสอบ 2. ขาดการดูแลบำรุงรักษา และ 3. ขาดการซ่อมแซมอาคาร

ตอบ: ระยะเวลาการตรวจสอบอาคารขึ้นอยู่กับประเภทและพื้นที่ของอาคาร โดยส่วนใหญ่จะเสร็จสิ้นภายใน 1 วัน

ตอบ: เป็นวิศวกรหรือสถาปนิกที่มีใบอนุญาต ผ่านการอบรมผู้ตรวจสอบอาคาร ผ่านการทดสอบความรู้จากสภาวิศวกรตามเกณฑ์ที่กำหนด และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารกับกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมมีประกันวิชาชีพ โดยใบอนุญาตผู้ตรวจสอบอาคารมี 2 ประเภท คือ สำหรับบุคคลธรรมดา และสำหรับนิติบุคคล

ตอบ: บทลงโทษกรณีเจ้าของอาคารไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ถือเป็นความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา

“มาตรา 65 ทวิ” — มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะจัดให้มีการตรวจสอบโดยผู้รับใบอนุญาต

“มาตรา 65 จัตวา” — ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 46 ทวิ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 5,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง