Con-En Con Engineering Co.,Ltd. ศูนย์เตรียมความพร้อมผู้รับผิดชอบด้านพลังงานบริษัท คอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด · หน่วยฝึกอบรมผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน ใบอนุญาต เลขที่ 0001/2567 สมัครอบรม
วันที่ 1 · ช่วงเช้า

1.2พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

📖 14 หัวข้อย่อย · ประมาณ 40 นาที

ภาพรวมหัวข้อ 1.2 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

อ่านจบแล้วคุณจะ

  • บอกสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550
  • บอกคำจำกัดความ (definition) ของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
  • บอกหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม ตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

⏱ สรุป 1 นาที 5 เรื่องที่ต้องจำ · ปัดหรือกดลูกศรดู · กดการ์ดเพื่อไปอ่าน

1/5 · หัวข้อย่อย 1

ใช้บังคับกับ 3 กลุ่ม: โรงงานควบคุม · อาคารควบคุม · ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน

ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 1 บทที่ 2 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
2/5 · หัวข้อย่อย 5

มาตรา ๑๙ = อาคารที่จะก่อสร้างหรือดัดแปลง (เพิ่มโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐)

ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 1 บทที่ 2 หัวข้อ 2.4.2 · ตัวบท พ.ร.บ. ๒๕๓๕ และ (ฉบับที่ ๒) ๒๕๕๐ จากต้นฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
3/5 · หัวข้อย่อย 7

ปวส. ต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 3 ปี

ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 1 บทที่ 2 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
4/5 · หัวข้อย่อย 11

กองทุนอยู่ในกระทรวงพลังงาน · แหล่งเงิน 6 แหล่ง

ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 1 บทที่ 2 · ตัวบท พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๔ (แก้ไข ๒๕๕๐) ๒๕ ๔๐ จากต้นฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
5/5 · หัวข้อย่อย 13

ไม่ทำตามกฎกระทรวง (จัดการพลังงาน · ผชร.) ปรับไม่เกิน 200,000 บาท — ผชร. ก็โดนได้

ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 1 บทที่ 2 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
1

พ.ร.บ. นี้ใช้กับใคร

🏭โรงงานควบคุมหมวด 1 การอนุรักษ์พลังงานในโรงงาน
🏢อาคารควบคุมหมวด 2 การอนุรักษ์พลังงานในอาคาร
⚙️ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (หมวด 3)
พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕+แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
9 หมวด:1 โรงงาน2 อาคาร3 เครื่องจักร/อุปกรณ์4 กองทุน5 มาตรการส่งเสริมและช่วยเหลือ6 ค่าธรรมเนียมพิเศษ7 พนักงานเจ้าหน้าที่8 การอุทธรณ์9 บทกำหนดโทษ
⭐ ใช้บังคับกับ 3 กลุ่ม: โรงงานควบคุม · อาคารควบคุม · ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
2

โรงงานควบคุมคือโรงงานแบบไหน · ลองเช็กดู

⚡ เกณฑ์ขนาดเครื่องวัดไฟฟ้าหรือหม้อแปลงรวมกัน ตั้งแต่ 1,000 kW (กิโลวัตต์) หรือ 1,175 kVA (กิโลโวลต์แอมแปร์) ขึ้นไป
🔥 เกณฑ์พลังงานไฟฟ้า ไอน้ำ หรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่น ม.ค.–ธ.ค. ปีที่ผ่านมา รวมเทียบเท่าไฟฟ้าตั้งแต่ 20 ล้านเมกะจูล
📍 นับอย่างไรโรงงานเดียวหรือหลายโรงงานภายใต้เลขที่บ้านเดียวกัน

ลองเช็ก — ใส่ข้อมูลโรงงาน

📜 เกณฑ์ขั้นสุดท้ายและการคำนวณ พ.ร.ฎ. กำหนดโรงงานควบคุม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๖ · มาตรา ๗

มาตรา ๖ เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ให้โรงงานที่มีการใช้พลังงานดังต่อไปนี้ เป็นโรงงานควบคุมเพิ่มเติมจากที่กำหนดตามมาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕

  1. (๑) โรงงานตามมาตรา ๓ (๑) ที่มีขนาดตั้งแต่หนึ่งพันกิโลวัตต์แต่ไม่ถึงสองพันกิโลวัตต์ หรือตั้งแต่หนึ่งพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้ากิโลโวลท์แอมแปร์แต่ไม่ถึงสองพันสามร้อยห้าสิบกิโลโวลท์แอมแปร์
  2. (๒) โรงงานตามมาตรา ๓ (๒) ที่มีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ยี่สิบล้านเมกะจูลแต่ไม่ถึงสี่สิบล้านเมกะจูล

มาตรา ๗ การคำนวณปริมาณการใช้พลังงานตามมาตรา ๓ (๒) มาตรา ๔ (๒) มาตรา ๕ (๒) และมาตรา ๖ (๒) ให้คำนวณเป็นหน่วยเมกะจูลตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1. (๑) กรณีไฟฟ้า ให้คำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นหน่วยกิโลวัตต์ชั่วโมงแล้วคูณด้วย ๓.๖๐
  2. (๒) กรณีความร้อนจากไอน้ำ ให้คำนวณปริมาณความร้อนจากไอน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้
    Es = (hs - hw) x S x eff
    โดย Es หมายถึง ปริมาณความร้อนจากไอน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า หน่วยเป็น เมกะจูล/ปี
    hs หมายถึง ค่า Enthalpy ของไอน้ำที่ใช้ หน่วยเป็น เมกะจูล/ตัน จากตารางไอน้ำ (steam table) ทั่วไป
    hw หมายถึง ค่า Enthalpy ของน้ำที่อุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดันหนึ่งบรรยากาศ ในที่นี้ให้ใช้ค่าเท่ากับ ๑๑๓ เมกะจูล/ตัน
    S หมายถึง ปริมาณไอน้ำที่ใช้ หน่วยเป็น ตัน/ปี ดูจากเครื่องวัดปริมาณไอน้ำของโรงงานควบคุม
    eff หมายถึง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า ในที่นี้ให้ใช้ค่า ๐.๔๕
  3. (๓) กรณีพลังงานสิ้นเปลืองอื่น ให้คำนวณปริมาณความร้อนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้
    Ef = F x HHV x eff
    โดย Ef หมายถึง ปริมาณความร้อนจากพลังงานสิ้นเปลืองอื่นเป็นปริมาณพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า หน่วยเป็น เมกะจูล/ปี
    F หมายถึง ปริมาณการใช้พลังงานสิ้นเปลือง หน่วยเป็น หน่วยน้ำหนัก หรือปริมาตรต่อปี
    HHV หมายถึง ค่าความร้อนสูง (higher heating value) ของพลังงานสิ้นเปลืองที่ใช้ หน่วยเป็น เมกะจูล/หน่วยน้ำหนักหรือปริมาตร
    eff หมายถึง ประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้าเทียบเท่า ในที่นี้ให้ใช้ค่า ๐.๔๕

ในกรณีไม่มีค่าความร้อนสูงจากผู้จำหน่าย ให้ใช้ค่าความร้อนเฉลี่ยที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานกำหนด

⭐ 1,000 kW · 1,175 kVA · 20 ล้าน MJ (เมกะจูล)/ปี⭐ ไฟฟ้า × 3.60 · ไอน้ำ hw = 113 MJ/ตัน · eff = 0.45
3

การอนุรักษ์พลังงานในโรงงาน 7 วิธี

📜 พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๗

การอนุรักษ์พลังงานในโรงงานได้แก่การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) การปรับปรุงประสิทธิภาพของการเผาไหม้เชื้อเพลิง

(๒) การป้องกันการสูญเสียพลังงาน

(๓) การนำพลังงานที่เหลือจากการใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่

(๔) การเปลี่ยนไปใช้พลังงานอีกประเภทหนึ่ง

(๕) การปรับปรุงการใช้ไฟฟ้าด้วยวิธีปรับปรุงตัวประกอบกำลังไฟฟ้า การลดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับภาระและวิธีการอื่น

(๖) การใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงตลอดจนระบบควบคุมการทำงานและวัสดุที่ช่วยในการอนุรักษ์พลังงาน

(๗) การอนุรักษ์พลังงานโดยวิธีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

4

อาคารควบคุมคืออาคารแบบไหน · อนุรักษ์พลังงานในอาคาร 7 วิธี

หลักการ: กฎหมายเลือกควบคุมเฉพาะอาคารที่ ใช้พลังงานมาก และพร้อมอนุรักษ์พลังงานได้ทันที เกณฑ์ขนาดเหมือนโรงงานควบคุม ต่างกันที่มีรายการอาคารยกเว้น — ตำราสรุปจากพระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538

⚡ เกณฑ์ขนาดเครื่องวัดไฟฟ้าหรือหม้อแปลงชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกัน ตั้งแต่ 1,000 kW หรือ 1,175 kVA ขึ้นไป
🔥 เกณฑ์พลังงานไฟฟ้า ไอน้ำ หรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่น 1 ม.ค.–31 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา รวมเทียบเท่าไฟฟ้าตั้งแต่ 20 ล้านเมกะจูล ขึ้นไป
🚫 อาคารที่ยกเว้นพระที่นั่งหรือพระราชวัง · สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ · ที่ทำการองค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานที่ตั้งตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศ · โบราณสถาน · วัดวาอารามหรืออาคารเพื่อการศาสนา ที่มีกฎหมายควบคุมการก่อสร้างไว้แล้วโดยเฉพาะ
📜 การอนุรักษ์พลังงานในอาคาร พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๗

การอนุรักษ์พลังงานในอาคารได้แก่การดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) การลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่เข้ามาในอาคาร

(๒) การปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการรักษาอุณหภูมิภายในอาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

(๓) การใช้วัสดุก่อสร้างอาคารที่จะช่วยอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนการแสดงคุณภาพของวัสดุก่อสร้างนั้น ๆ

(๔) การใช้แสงสว่างในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ

(๕) การใช้และการติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุที่ก่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร

(๖) การใช้ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์

(๗) การอนุรักษ์พลังงานโดยวิธีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

📜 อาคารควบคุมกำหนดโดยอะไร พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๘

การกำหนดอาคารประเภทใด ขนาด ปริมาณการใช้พลังงาน และวิธีการใช้พลังงานอย่างใดให้เป็นอาคารควบคุม ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ให้นำมาตรา ๘ วรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม

เทียบกับโรงงาน (มาตรา ๗)

โรงงานเน้นการเผาไหม้ การนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้ การเปลี่ยนชนิดพลังงาน · อาคารเน้น ความร้อนจากแสงอาทิตย์ การปรับอากาศ วัสดุก่อสร้าง และแสงสว่าง ซึ่งเป็นภาระหลักของอาคาร

เจ้าของอาคารควบคุมต้องทำอะไร

มีหน้าที่เหมือนเจ้าของโรงงานควบคุม: จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน และจัดการพลังงานตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๑ (ดูหัวข้อย่อยหน้าที่ของเจ้าของ)

⭐ เกณฑ์อาคารควบคุม = 1,000 kW · 1,175 kVA · 20 ล้าน MJ/ปี (เหมือนโรงงานควบคุม)⭐ อนุรักษ์พลังงานในอาคาร 7 วิธี ตามมาตรา ๑๗

ที่มา: ตำรา ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส (ผอส.) ไฟฟ้า ตอนที่ 1 บทที่ 2 หัวข้อ 2.3 และ 2.4.2 · ตัวบท พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ๒๕๓๕ จากต้นฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

5

อาคารที่จะสร้างใหม่หรือดัดแปลง: ต้องออกแบบเพื่ออนุรักษ์พลังงาน

หลักการ: อาคารใช้พลังงานไปตลอดอายุหลายสิบปี การแก้ที่ขั้นออกแบบ (ผนัง หลังคา กระจก แสงสว่าง ปรับอากาศ) ถูกกว่าการแก้ภายหลังมาก พ.ร.บ. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550 จึงเพิ่มให้ อาคารที่จะก่อสร้างหรือดัดแปลง ต้องออกแบบตามมาตรฐาน และให้เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายควบคุมอาคารเป็นผู้ตรวจ

📜 อำนาจออกกฎกระทรวงการออกแบบอาคาร พ.ร.บ. มาตรา ๑๙ (แก้ไขโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐)

เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์พลังงานในอาคารที่จะทำการก่อสร้างหรือดัดแปลง ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. (๑) กำหนดประเภท หรือขนาดของอาคารที่จะทำการก่อสร้างหรือดัดแปลงที่จะต้องมีการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
  2. (๒) กำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบอาคารตาม (๑) เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน

กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะกำหนดรายละเอียดทางด้านเทคนิค วิชาการ หรือเรื่องอื่นใดที่เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

📜 ใครตรวจให้เป็นไปตามกฎกระทรวง พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๐

ในการออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๙ ถ้าคณะกรรมการควบคุมอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารได้พิจารณาให้ความเห็นชอบที่จะนำมาใช้บังคับกับการควบคุมอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วยแล้ว ให้ถือว่ากฎกระทรวงดังกล่าวมีผลเสมือนเป็นกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้บรรดาผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลให้การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารเป็นไปตามกฎกระทรวงดังกล่าว และในกรณีเช่นว่านี้ แม้ว่าอาคารที่เข้าลักษณะเป็นอาคารควบคุมจะอยู่ในท้องที่ที่ยังมิได้มีพระราชกฤษฎีกาใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารก็ตาม ให้ถือว่าอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารด้วย ทั้งนี้ เฉพาะในขอบเขตที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

①กฎกระทรวงตามมาตรา ๑๙ กำหนดประเภท/ขนาดอาคาร และมาตรฐานการออกแบบ
②คณะกรรมการควบคุมอาคารเห็นชอบ ⇒ มีผลเสมือนกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร
③เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายควบคุมอาคารตรวจการก่อสร้าง/ดัดแปลงให้เป็นไปตามนั้น

กฎกระทรวงที่ใช้อยู่ปัจจุบัน

กฎกระทรวงกำหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2563 (แทนฉบับ 2552) — ตัวอย่างเกณฑ์แสงสว่างดูหัวข้อ 4.3

ต่างจากอาคารควบคุมอย่างไร

อาคารควบคุม = อาคารที่ใช้งานอยู่และใช้พลังงานถึงเกณฑ์ ต้องจัดการพลังงาน · อาคารที่จะสร้าง/ดัดแปลง = ต้องออกแบบให้ผ่านมาตรฐานก่อนสร้าง

⭐ มาตรา ๑๙ = อาคารที่จะก่อสร้างหรือดัดแปลง (เพิ่มโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐)⭐ มาตรา ๒๐ = ผู้มีอำนาจตามกฎหมายควบคุมอาคารเป็นผู้ควบคุมดูแล

ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 1 บทที่ 2 หัวข้อ 2.4.2 · ตัวบท พ.ร.บ. ๒๕๓๕ และ (ฉบับที่ ๒) ๒๕๕๐ จากต้นฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

6

หน้าที่ของเจ้าของโรงงานควบคุม

👷จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานประจำในโรงงานควบคุมแต่ละแห่ง
🔁จัดการพลังงานตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงาน (หัวข้อ 1.3)
📜 อำนาจออกกฎกระทรวง พ.ร.บ. มาตรา ๙ (แก้ไขโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐)

มาตรา ๙ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์พลังงานในโรงงานควบคุม ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. (๑) กำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานให้เจ้าของโรงงานควบคุมต้องปฏิบัติ
  2. (๒) กำหนดให้เจ้าของโรงงานควบคุมต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานประจำในโรงงานควบคุมแต่ละแห่ง ตลอดจนกำหนดคุณสมบัติและหน้าที่ของผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน
📜 คำสั่งอธิบดี พ.ร.บ. มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าของโรงงานควบคุมรายใดแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้พลังงานเพื่อตรวจสอบให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙ และให้เจ้าของโรงงานควบคุมรายนั้นปฏิบัติตามภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น

📜 ขอผ่อนผัน พ.ร.บ. มาตรา ๘ วรรคสาม

เจ้าของโรงงานควบคุมแห่งใดใช้พลังงานต่ำกว่าขนาดหรือปริมาณที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งและจะใช้พลังงานในระดับดังกล่าวต่อไปเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหกเดือน เจ้าของโรงงานควบคุมแห่งนั้นอาจแจ้งรายละเอียดพร้อมด้วยเหตุผล และมีคำขอให้อธิบดีผ่อนผันการที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ตลอดเวลาดังกล่าวได้ ในกรณีที่มีคำขอดังกล่าว ให้อธิบดีพิจารณาผ่อนผันหรือไม่ผ่อนผันและมีหนังสือแจ้งผลให้เจ้าของโรงงานควบคุมทราบโดยเร็ว

ไม่เห็นด้วยกับหนังสือแจ้งผล อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (มาตรา ๕๐)

⭐ คำสั่งอธิบดีตามมาตรา ๑๐ ปฏิบัติภายใน 30 วัน⭐ ขอผ่อนผันได้เมื่อใช้ต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน
7

ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (ผชร.) · คุณสมบัติ 5 แบบ

📜 กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หน้าที่ และจำนวนของผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๒

ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและมีประสบการณ์การทำงานในโรงงานหรืออาคารอย่างน้อยสามปี โดยมีผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานตามการรับรองของเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุม

(๒) เป็นผู้ได้รับปริญญาทางวิศวกรรมศาสตร์หรือทางวิทยาศาสตร์ โดยมีผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานตามการรับรองของเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุม

(๓) เป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงานหรือการฝึกอบรมที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ

(๔) เป็นผู้สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโสหรือการฝึกอบรมที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ

(๕) เป็นผู้ที่สอบได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดจากการจัดสอบผู้รับผิดชอบด้านพลังงานซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

การรับรองของเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมตาม (๑) หรือ (๒) ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด

⭐ ปวส. ต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 3 ปี⭐ ผอส. = คุณสมบัติข้อ ๒ (๔)
8

ต้องมี ผชร. กี่คน

👤อย่างน้อย 1 คนต่ำกว่า 3,000 kW หรือ 3,530 kVA · หรือพลังงานรวมต่ำกว่า 60 ล้าน MJ/ปี
คุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๒
👥ไม่น้อยกว่า 2 คนตั้งแต่ 3,000 kW หรือ 3,530 kVA · หรือพลังงานรวมตั้งแต่ 60 ล้าน MJ/ปี
อย่างน้อย 1 คนต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ (๔) หรือ (๕)
📜 กฎกระทรวง ผชร. พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๔

เจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานประจำที่โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม แล้วแจ้งให้อธิบดีทราบโดยทันที โดยต้องมีจำนวนและคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม ดังต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอย่างน้อยหนึ่งคน โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๒

  1. (ก) โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ได้รับอนุมัติจากผู้จำหน่ายพลังงานให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือให้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกัน มีขนาดต่ำกว่าสามพันกิโลวัตต์หรือสามพันห้าร้อยสามสิบกิโลโวลต์แอมแปร์ หรือ
  2. (ข) โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อนจากไอน้ำ หรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่น จากผู้จำหน่ายพลังงานหรือของตนเองอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่ผ่านมา มีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าต่ำกว่าหกสิบล้านเมกะจูล

(๒) ในกรณีที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุม ดังต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานไม่น้อยกว่าสองคน โดยอย่างน้อยหนึ่งคนต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๒ (๔) หรือ (๕) สำหรับผู้รับผิดชอบด้านพลังงานจำนวนที่เหลือต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๒

  1. (ก) โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ได้รับอนุมัติจากผู้จำหน่ายพลังงานให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือให้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกัน มีขนาดตั้งแต่สามพันกิโลวัตต์หรือสามพันห้าร้อยสามสิบกิโลโวลต์แอมแปร์ขึ้นไป หรือ
  2. (ข) โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อนจากไอน้ำ หรือพลังงานสิ้นเปลืองอื่น จากผู้จำหน่ายพลังงานหรือของตนเองอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่ผ่านมา มีปริมาณพลังงานทั้งหมดเทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่หกสิบล้านเมกะจูลขึ้นไป
⭐ 3,000 kW · 3,530 kVA · 60 ล้าน MJ = เส้นแบ่ง 1 คน กับ 2 คน
9

หน้าที่ของ ผชร. 4 ข้อ

📜 กฎกระทรวง ผชร. พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๓

ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) บำรุงรักษาและตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานเป็นระยะ ๆ

(๒) ปรับปรุงวิธีการใช้พลังงานให้เป็นไปตามหลักการอนุรักษ์พลังงาน

(๓) ช่วยเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมในการจัดการพลังงานตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม

(๔) ช่วยเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๑๐

10

แต่งตั้ง และเมื่อ ผชร. พ้นหน้าที่

🤔 ลองตอบก่อนอ่าน

เพิ่งกลายเป็นโรงงานควบคุม ลองเดาว่ามีเวลาแต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านพลังงานกี่วัน

เป็นโรงงานควบคุมวันเริ่มนับ
ภายใน 180 วันจัดให้มี ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (ผชร.) แล้วแจ้งอธิบดีทราบโดยทันที
ผชร. พ้นหน้าที่ทำให้มีไม่ครบตามข้อ ๔
โดยทันทีมีหนังสือแจ้งอธิบดี
ภายใน 90 วันจัดให้มี ผชร. ขึ้นแทน และแจ้งอธิบดีทราบโดยทันที
📜 กฎกระทรวง ผชร. พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๕

ในกรณีที่ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานพ้นจากหน้าที่ อันทำให้โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมนั้นมีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานไม่ครบตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดในข้อ ๔ ให้เจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. (๑) มีหนังสือแจ้งให้อธิบดีทราบถึงการพ้นจากหน้าที่ของผู้รับผิดชอบด้านพลังงานโดยทันที
  2. (๒) จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานขึ้นแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานเดิมพ้นจากหน้าที่ และแจ้งให้อธิบดีทราบโดยทันที
⭐ แต่งตั้ง 180 วัน · แทนคนเดิม 90 วัน
11

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

📜 แหล่งเงินกองทุน พ.ร.บ. มาตรา ๒๔ (แก้ไขโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐)

ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งเรียกว่า "กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" ในกระทรวงพลังงาน เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน โดยประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้

  1. (๑) เงินที่โอนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงตามจำนวนที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
  2. (๒) เงินที่ส่งตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗
  3. (๓) เงินค่าธรรมเนียมพิเศษที่จัดเก็บตามมาตรา ๔๒
  4. (๔) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นคราว ๆ
  5. (๕) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่ได้รับจากภาคเอกชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ
  6. (๖) เงินจากดอกผลและประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดจากกองทุนนี้

ให้กระทรวงพลังงานเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุนและดำเนินการเบิกจ่ายเงินกองทุนตามพระราชบัญญัตินี้

📜 สิทธิขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือ พ.ร.บ. มาตรา ๔๐

โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่จะต้องจัดให้มีการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งมีเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และวัสดุที่จำเป็นเพื่อการนั้น ๆ หรือผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงหรือวัสดุเพื่อใช้ในการอนุรักษ์พลังงาน มีสิทธิขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือได้ดังต่อไปนี้

  1. (๑) ขอรับยกเว้นค่าธรรมเนียมพิเศษตามพระราชบัญญัตินี้
  2. (๒) ขอรับเงินช่วยเหลือหรือเงินอุดหนุนจากกองทุนตามมาตรา ๒๕

เจ้าของโรงงานหรืออาคาร ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการอนุรักษ์พลังงานตามวรรคหนึ่ง แต่ประสงค์ที่จะจัดให้มีเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้หรือระบบควบคุมการทำงานของตนเองเพื่อทำการอนุรักษ์พลังงาน ให้มีสิทธิขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือตามวรรคหนึ่งได้

📜 เงินกองทุนใช้ทำอะไร พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๕

เงินกองทุนให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. (๑) เป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุนสำหรับการลงทุนและดำเนินงานในการอนุรักษ์พลังงานหรือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงานของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
  2. (๒) เป็นเงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุนแก่เอกชนสำหรับการลงทุนและดำเนินงานในการอนุรักษ์พลังงานหรือเพื่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน
  3. (๓) เป็นเงินช่วยเหลือหรือเงินอุดหนุนให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเอกชนในเรื่องดังต่อไปนี้
    (ก) โครงการทางด้านการอนุรักษ์พลังงานหรือโครงการที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน
    (ข) การค้นคว้า วิจัย การศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนา การส่งเสริมและการอนุรักษ์พลังงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงานและเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและวางแผนพลังงาน
    (ค) โครงการสาธิต หรือโครงการริเริ่มที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานหรือการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน
    (ง) การศึกษา การฝึกอบรม และการประชุมเกี่ยวกับพลังงาน
    (จ) การโฆษณา การเผยแพร่ข้อมูล และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการพัฒนา การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์พลังงาน
  4. (๔) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

อ่านมาตรา ๒๕ ให้ง่าย: ใครได้อะไร

(๑) ส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ และ (๒) เอกชน ได้ เงินหมุนเวียน เงินช่วยเหลือ หรือเงินอุดหนุน เพื่อลงทุนอนุรักษ์พลังงาน · (๓) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน ได้ เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน 5 เรื่อง (ก)–(จ) · (๔) ค่าบริหารงานตาม พ.ร.บ.

เชื่อมกับมาตรา ๔๐

โรงงานควบคุมและอาคารควบคุม มีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือหรือเงินอุดหนุนจากกองทุน ตามมาตรา ๒๕ (ดูกล่องมาตรา ๔๐ ด้านบน)

⭐ กองทุนอยู่ในกระทรวงพลังงาน · แหล่งเงิน 6 แหล่ง⭐ วัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุน 4 ข้อ ตามมาตรา ๒๕ · ข้อ (๓) มี 5 เรื่อง (ก)–(จ)

ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 1 บทที่ 2 · ตัวบท พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๒๔ (แก้ไข ๒๕๕๐) ๒๕ ๔๐ จากต้นฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

12

ค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้า และการอุทธรณ์

กฎกระทรวงตามมาตรา ๙ (๑) ใช้บังคับหรือวันที่เป็นโรงงานควบคุม
พ้นกำหนด 3 ปียังฝ่าฝืน/ไม่ปฏิบัติ
ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษตามปริมาณไฟฟ้าที่ซื้อจาก กฟผ. กฟน. กฟภ.
📜 พ.ร.บ. มาตรา ๔๒ (วรรคหนึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐) · มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๒ เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙ (๑) หรือมาตรา ๒๑ (๑) ใช้บังคับ ในกรณีที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ หรือนับแต่วันที่เป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมในกรณีเป็นโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมหลังวันที่กฎกระทรวงดังกล่าวใช้บังคับ ถ้าเจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าตามหมวดนี้

ค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าตามวรรคหนึ่งจะเรียกเก็บจากโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมตามปริมาณไฟฟ้าที่ซื้อหรือได้มาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยให้ถือว่ามีผลบังคับเช่นเดียวกับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้านครหลวง หรือกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณี

มาตรา ๔๔ เมื่อมีกรณีที่ต้องดำเนินการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าตามมาตรา ๔๒ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของโรงงานควบคุมหรือเจ้าของอาคารควบคุมที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าทราบ และให้ภาระการชำระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่หนึ่งของเดือนถัดไปนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากอธิบดี

⏸️ระหว่างต้องชำระคณะกรรมการกองทุนพิจารณาระงับสิทธิขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือชั่วคราวได้ หรือระงับ/ลดความช่วยเหลือที่ได้รับอยู่ (ม. ๔๕)
✅ปฏิบัติตามกฎกระทรวงแล้วแจ้งอธิบดี → อธิบดีตรวจสอบภายใน 30 วัน → สั่งยุติการเก็บ มีผลวันที่ 1 ของเดือนถัดไป (ม. ๔๖)
📮ไม่เห็นด้วยกับหนังสือแจ้งอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง · ไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับ · คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นที่สุด (ม. ๕๑–๕๒)
📜 พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๕ ๕๑ ๕๒ · มาตรา ๔๖ แก้ไขโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๔๕ ในระหว่างที่โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าตามหมวดนี้ ให้คณะกรรมการกองทุนพิจารณาระงับสิทธิการขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือแก่โรงงานควบคุม หรืออาคารควบคุมนั้นเป็นการชั่วคราวได้ หรือให้ระงับ หรือลดการให้การส่งเสริมหรือช่วยเหลือเป็นการชั่วคราวในกรณีที่โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมดังกล่าวได้รับการส่งเสริมและช่วยเหลืออยู่แล้วได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ๔๖ เมื่อโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙ (๑) หรือมาตรา ๒๑ (๑) แล้วให้แจ้งให้อธิบดีทราบ

ให้อธิบดีดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งว่าโรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมดังกล่าวได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๙ (๑) หรือมาตรา ๒๑ (๑) หรือไม่ ในกรณีที่ได้มีการปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ให้อธิบดีมีคำสั่งยุติการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าและมีหนังสือแจ้งให้โรงงานควบคุมหรืออาคารควบคุมทราบ

คำสั่งยุติการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้าตามวรรคสอง ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่หนึ่งของเดือนถัดไป

มาตรา ๕๑ ผู้ได้รับหนังสือแจ้งตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่งผู้ใดไม่เห็นด้วยกับหนังสือแจ้งให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุทุเลาการบังคับตามกฎหมาย เว้นแต่รัฐมนตรีจะเห็นสมควรให้มีการทุเลาการบังคับตามกฎหมายนั้นไว้ชั่วคราว

มาตรา ๕๒ การพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ ให้รัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

⭐ ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงมาตรา ๙ (๑) เกิน 3 ปี → ค่าธรรมเนียมพิเศษการใช้ไฟฟ้า⭐ อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายใน 30 วัน · ไม่ทุเลาการบังคับ · คำวินิจฉัยเป็นที่สุด
13

บทกำหนดโทษ

ม. ๕๓เจ้าของโรงงานควบคุมแจ้งรายละเอียดหรือเหตุผลขอผ่อนผันตามมาตรา ๘ วรรคสาม อันเป็นเท็จจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 150,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ม. ๕๔ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีที่สั่งตามมาตรา ๑๐ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
ม. ๕๕เจ้าของโรงงานควบคุม เจ้าของอาคารควบคุม หรือผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๒๑ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ม. ๕๖ผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองฯ รายงานผลอันเป็นเท็จหรือไม่ตรงตามความเป็นจริงจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ม. ๕๘ไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งไม่ครบตามมาตรา ๓๕ ๓๖ ๓๗จำคุก 3 เดือนถึง 2 ปี หรือปรับ 100,000 ถึง 10,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ม. ๕๙ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๗ (๒)ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
📜 ตัวบทเต็ม พ.ร.บ. ๒๕๓๕ มาตรา ๕๓ ๕๔ ๕๘ ๕๙ · มาตรา ๕๕ ๕๖ แก้ไขโดยฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๕๓ เจ้าของโรงงานควบคุมแห่งใดแจ้งรายละเอียดหรือเหตุผลตามมาตรา ๘ วรรคสาม อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๕๔ เจ้าของโรงงานควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีที่สั่งตามมาตรา ๑๐ หรือเจ้าของอาคารควบคุมผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีที่สั่งตามมาตรา ๑๐ ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

มาตรา ๕๕ เจ้าของโรงงานควบคุม เจ้าของอาคารควบคุม หรือผู้รับผิดชอบด้านพลังงานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๙ หรือมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท

มาตรา ๕๖ ผู้รับใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน การใช้พลังงานในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ และคุณภาพวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรา ๔๘/๑ ผู้ใดรายงานผลการตรวจสอบและรับรองตามมาตรา ๔๗ (๓) อันเป็นเท็จหรือไม่ตรงตามความเป็นจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๕๘ ผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนหรือส่งเงินเข้ากองทุนไม่ครบตามจำนวนที่ต้องส่งตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๓๗ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสิบล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๕๙ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๗ (๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

⭐ ไม่ทำตามกฎกระทรวง (จัดการพลังงาน · ผชร.) ปรับไม่เกิน 200,000 บาท — ผชร. ก็โดนได้
★

ตัวเลขที่ต้องจำในหัวข้อนี้

1,000 kWหรือ 1,175 kVA = โรงงานควบคุม
20 ล้าน MJต่อปี = โรงงานควบคุม
3,000 kW3,530 kVA · 60 ล้าน MJ = ผชร. 2 คน
180 วันจัดให้มี ผชร.
90 วันหา ผชร. แทนคนที่พ้นหน้าที่
3 ปีไม่ปฏิบัติ → ค่าธรรมเนียมพิเศษ
30 วันปฏิบัติตามคำสั่งอธิบดี (ม. ๑๐)
6 เดือนใช้ต่ำกว่าเกณฑ์ → ขอผ่อนผัน
200,000 บาทไม่ทำตามกฎกระทรวง (ม. ๕๕)

ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 1 บทที่ 2 พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน