
อ่านจบแล้วคุณจะ
- อธิบายทฤษฎีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง
- อธิบายลักษณะการใช้ไฟฟ้าในอาคาร/โรงงาน
- อธิบายโครงสร้างค่าไฟฟ้า
⏱ สรุป 1 นาที 5 เรื่องที่ต้องจำ · ปัดหรือกดลูกศรดู · กดการ์ดเพื่อไปอ่าน
แปลงพลังงานจากรูปหนึ่งไปอีกรูป ต้องมีการสูญเสียเสมอ ส่วนใหญ่กลายเป็นความร้อน
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 2 บทที่ 1 ทฤษฎีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง⚡2/5 · หัวข้อย่อย 31 V ดันกระแส 1 A ผ่านความต้านทาน 1 Ω
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 2 บทที่ 1 ทฤษฎีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง⚡3/5 · หัวข้อย่อย 5ค่าประสิทธิผล = Em/√2 ≈ 0.7071 Em · ค่าเฉลี่ยครึ่งคาบ ≈ 0.6366 Em
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 2 บทที่ 1 หัวข้อ 1.1.3.2 สมการ 1.3–1.11 ตัวอย่าง 1.2–1.6 ตั้งแต่หน้า 1-11⚡4/5 · หัวข้อย่อย 7DC→AC = อินเวอร์เตอร์ · AC→DC = เรียงกระแส · DC→DC = ชอปเปอร์
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 2 บทที่ 1 ทฤษฎีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง⚡5/5 · หัวข้อย่อย 10ค่า PF คิดเมื่อกิโลวาร์เกินร้อยละ 61.97 ของกิโลวัตต์สูงสุด
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 2 บทที่ 1 หัวข้อ 1.3.1–1.3.2 และ 1.4.1 · ตอนที่ 3 บทที่ 1 หัวข้อ 1.7.3 (อัตรา TOU)ไฟฟ้าเกิดได้ 7 วิธี
🤔 ลองตอบก่อนอ่าน
เครื่องจักรแทบทุกเครื่องร้อนเวลาทำงาน ลองเดาว่าเป็นเพราะอะไร
⭐ แปลงพลังงานจากรูปหนึ่งไปอีกรูป ต้องมีการสูญเสียเสมอ ส่วนใหญ่กลายเป็นความร้อน
เฉลยจากหัวข้อย่อยนี้ · อ่านรายละเอียดต่อด้านล่างผลิตไฟฟ้าใช้เอง: โคเจนเนอเรชั่น และเซลล์แสงอาทิตย์
โคเจนที่อนุรักษ์พลังงานได้ผลสูง (อัตราการอนุรักษ์พลังงานมากกว่าร้อยละ 10) ต้องมีประสิทธิภาพรวมไม่น้อยกว่า
กฎของโอห์ม และกำลังไฟฟ้า
ลองคำนวณ
วงจรไฟฟ้ากระแสตรง: กฎของเคอร์ชอฟฟ์ · วงจรอนุกรมและขนาน
หลักการ: กระแสไฟฟ้าไม่หายไปไหน และแรงดันรอบวงจรปิดต้องสมดุล — 2 ข้อนี้คือ กฎของเคอร์ชอฟฟ์ (Kirchhoff) ใช้คู่กับกฎของโอห์ม แก้โจทย์วงจรได้แทบทุกแบบ
🔗 กฎกระแส (ความต่อเนื่องของกระแสไฟฟ้า)
ผลบวกพีชคณิตของกระแสที่ไหลเข้า ณ จุดต่อใด ๆ เท่ากับศูนย์ — คือกระแสไหลเข้าเท่าไรต้องไหลออกเท่านั้น
🔁 กฎแรงดัน (ความสมดุลของแรงดันไฟฟ้า)
ในวงจรปิดใด ๆ ผลบวกของแรงดันแหล่งจ่ายกับแรงดันตกคร่อมทั้งหมดตามทิศเดินรอบวงจรเดียวกัน เท่ากับศูนย์
วงจรอนุกรม (ต่อเรียงกันสายเดียว)
กระแสเท่ากันทุกตัว · แรงดันแหล่งจ่าย = ผลรวมแรงดันตกคร่อมแต่ละตัว (กฎแรงดัน) จึงได้ ความต้านทานรวม = R₁ + R₂ + … · ตัวใดตัวหนึ่งขาด วงจรหยุดทั้งหมด
วงจรขนาน (ต่อคร่อมแรงดันเดียวกัน)
แรงดันเท่ากันทุกกิ่ง · กระแสรวม = ผลรวมกระแสแต่ละกิ่ง (กฎกระแส) · กระแสแบ่งตามค่าการนำไฟฟ้า (1/R) กิ่งที่ความต้านทานน้อยรับกระแสมาก · 1/R รวม = 1/R₁ + 1/R₂ + …
กฎของจูล: ทำไมสายร้อน
ความร้อนแปรผันตาม R × I² × t · ความร้อน Q ≈ RI²t ÷ 4.185 แคลอรี (1 cal ≈ 4.185 J คือความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 g ร้อนขึ้น 1 °C) — กระแสเพิ่ม 2 เท่า ความร้อนเพิ่ม 4 เท่า
Thevenin · Norton
วงจรที่มีแหล่งจ่ายและตัวต้านทานหลายตัว ยุบเป็น "แหล่งแรงดัน + ตัวต้านทานอนุกรม" (Thevenin) หรือ "แหล่งกระแส + ตัวต้านทานขนาน" (Norton) ได้ แปลงกลับไปมาด้วย Is = Es ÷ Rs
ที่มา: ตำรา ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส (ผอส.) ไฟฟ้า ตอนที่ 2 บทที่ 1 หัวข้อ 1.1.3.1 สมการ 1.1–1.2 ตัวอย่าง 1.1 หน้า 1-8 ถึง 1-11
ไฟฟ้ากระแสสลับ: ค่าประสิทธิผล · อิมพีแดนซ์ RLC · เรโซแนนซ์
หลักการ: ไฟกระแสสลับเปลี่ยนค่าเป็นรูปคลื่นซายน์ e(t) = Em sin(ωt ± θ) โดย ω = 2πf และคาบ T = 1/f · ในวงจรกระแสสลับ ขดลวด (L) และตัวเก็บประจุ (C) ก็ต้านกระแสด้วย เรียกรวมกับความต้านทานว่า อิมพีแดนซ์ (Z) ใช้แทน R ในกฎของโอห์ม
อ่านสูตรให้เข้าใจ
ωL (รีแอกแตนซ์ของขดลวด) โตขึ้นเมื่อความถี่สูง · 1/ωC (รีแอกแตนซ์ของตัวเก็บประจุ) เล็กลงเมื่อความถี่สูง · ทั้งสองหักล้างกัน จึงลบกันในสูตร · มุม θ คือมุมที่กระแสต่างเฟสกับแรงดัน และ cos θ = R ÷ |Z| คือเพาเวอร์แฟกเตอร์
เรโซแนนซ์ (ตัวอย่าง 1.3 ในตำรา)
เมื่อ ωL = 1/ωC รีแอกแตนซ์หักล้างกันพอดี |Z| เหลือ R กระแสสูงสุด ที่ความถี่เชิงมุม ω₀ = 1/√(LC) · แรงดันคร่อม L และ C อาจสูงเป็น Q เท่าของแรงดันแหล่งจ่าย (Q = ค่าคุณภาพของวงจร)
ลองคำนวณ — เปลี่ยนค่า R L C หรือความถี่ ดูอิมพีแดนซ์ มุม และเพาเวอร์แฟกเตอร์
กำลังไฟฟ้ากระแสสลับ
กำลังไฟฟ้าเชิงซ้อน S = P + jQ · ขนาดของ S = กำลังไฟฟ้าปรากฏ (VA) · ส่วนจริง P = กำลังไฟฟ้าจริง (W) · ส่วนจินตภาพ Q = กำลังไฟฟ้ารีแอกทีฟ (VAr)
ใช้ประโยชน์อย่างไร
ตำราแสดงว่าต่อตัวเก็บประจุ C ขนานกับวงจร RL ให้ Qc + Q = 0 กำลังไฟฟ้ารีแอกทีฟรวมเป็นศูนย์ เพาเวอร์แฟกเตอร์ = 1 — คือหลักการปรับปรุงเพาเวอร์แฟกเตอร์ในหัวข้อ 3.1
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 2 บทที่ 1 หัวข้อ 1.1.3.2 สมการ 1.3–1.11 ตัวอย่าง 1.2–1.6 ตั้งแต่หน้า 1-11
ไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
ค่าที่มิเตอร์อ่านได้เป็น ค่ายังผล (RMS) · ในวงจรกระแสสลับใช้ อิมพีแดนซ์ แทนความต้านทาน (รวม R กับรีแอกแตนซ์ของ L และ C)
อิเล็กทรอนิกส์กำลัง: แปลงไฟ 4 แบบ
🤔 ลองตอบก่อนอ่าน
อุปกรณ์ที่แปลงไฟกระแสตรงเป็นไฟกระแสสลับ ลองเดาว่าเรียกว่าอะไร
⭐ DC→AC = อินเวอร์เตอร์ · AC→DC = เรียงกระแส · DC→DC = ชอปเปอร์
เฉลยจากหัวข้อย่อยนี้ · อ่านรายละเอียดต่อด้านล่างอุปกรณ์พื้นฐาน R · C · L
เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟกี่หน่วย
พลังงานไฟฟ้า (kWh (กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ หน่วย) หรือ "ยูนิต") = กำลังไฟฟ้า (kW) × เวลา (ชั่วโมง) — แก้ตัวเลขได้ทุกช่อง
ค่าไฟฟ้า: ส่วนไหนควบคุมได้
🔎 อ่านให้ตรงความหมาย: คำว่า "ค่าพลังงานไฟฟ้า" ใช้ 2 ความหมาย
สิ่งที่ผู้ใช้ทำได้เพื่อลดค่าไฟฟ้า: ใช้ไฟฟ้าน้อยลง · ลดค่าความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุด · แก้เพาเวอร์แฟกเตอร์ด้วยคาปาซิเตอร์ — ส่วนอัตราต่อหน่วย ค่า Ft ค่าบริการ และภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ใช้เปลี่ยนเองไม่ได้
หลักการ: ทำไมอัตรา TOU ช่วยลดค่าไฟได้
อัตรา TOU คิดค่าไฟช่วง On-Peak แพงกว่าช่วงอื่น ตำรา 3.1 แยกค่าไฟ TOU ต่อหน่วยเป็น 6 ส่วน แล้วสรุปว่าผู้ใช้บริหารจัดการได้ 2 ส่วน คือ ค่าความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุดช่วง On-Peak และ ค่าพลังงานไฟฟ้าช่วง On-Peak · ค่าบริการต่อหน่วยถูกลงเมื่อใช้ไฟมากขึ้น · ค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ทำให้หมดไปได้
วิธีการ: ดู 2 อัตราส่วนจากใบแจ้งค่าไฟ
① Ep/E = หน่วยที่ใช้ช่วง On-Peak ÷ หน่วยทั้งหมด — ย้ายงานไปช่วง Off-Peak ให้อัตราส่วนนี้ต่ำลง ② P/E = ความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุด ÷ หน่วยทั้งหมด — ใช้ไฟให้สม่ำเสมอ ไม่ให้เกิดยอดสูงชั่วครู่ (ดูการควบคุมความต้องการกำลังไฟฟ้าในหัวข้อ 2.3 และ 3.1)
อัตราค่าไฟฟ้า (บาท) ในตำราเป็นอัตราเก่า จึงไม่นำตัวเลขมาแสดง · ใช้อัตราปัจจุบันของการไฟฟ้าเมื่อคำนวณจริง
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 2 บทที่ 1 หัวข้อ 1.3.1–1.3.2 และ 1.4.1 · ตอนที่ 3 บทที่ 1 หัวข้อ 1.7.3 (อัตรา TOU)
🔗 เรื่องนี้ใช้ต่อที่หัวข้อ 3.1 · ค่าความต้องการกำลังไฟฟ้า และตัวประกอบโหลด
ตัวเลขที่ต้องจำในหัวข้อนี้
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 2 บทที่ 1 ทฤษฎีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง
