Con-En Con Engineering Co.,Ltd. Con-En ศูนย์เพิ่มศักยภาพบริษัท คอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด สมัครอบรม
วันที่ 2 · 1.5 ชม.

2.2ระบบไฟฟ้ากำลัง

13 หัวข้อย่อย · ประมาณ 25 นาที

อ่านจบแล้วคุณจะ

  • อธิบายสามเหลี่ยมกำลังไฟฟ้าและคำจำกัดความของตัวประกอบกำลังไฟฟ้า
  • บอกอัตราค่าปรับตัวประกอบกำลังไฟฟ้าในบิลค่าไฟฟ้า
  • บอกประโยชน์ที่ได้จากการปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า
สีกล่องในหน้านี้ ต้องจำ เข้าใจผิดบ่อย ตัวอย่างคำนวณ

สรุป 1 นาที 5 เรื่องที่ต้องจำ · ปัดหรือกดลูกศรดู · กดการ์ดเพื่อไปอ่าน

1

ระบบไฟฟ้ากำลัง: จากสายการไฟฟ้า ผ่านหม้อแปลง ถึงตู้ MDB

สายไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้า→เครื่องวัด (คิดค่าไฟ)→หม้อแปลงไฟฟ้า→ตู้จ่ายกำลังไฟฟ้า (MDB)

ค่าที่การไฟฟ้าบันทึกเพื่อคิดค่าไฟฟ้า: ค่าพลังไฟฟ้าสูงสุด · ค่าพลังงานไฟฟ้า · ค่าพลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ · ตั้งแต่หลังเครื่องวัด อาคารใหญ่หรือโรงงานต้องลงทุนและดูแลเอง (หม้อแปลง เสา สาย ระบบป้องกัน)

2–3%สูญเสียพลังงานไฟฟ้าในหม้อแปลง (ประมาณการ)
≤ 1%สูญเสียพลังงานไฟฟ้าในสายไฟฟ้า
12–24 kVแรงดันที่ซื้อในพื้นที่ กฟน.
11–33 kVแรงดันที่ซื้อในพื้นที่ กฟภ.
69 · 115 kVผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่มาก (ค่าไฟถูกกว่า แต่ลงทุนระบบสูงกว่า)
~10,000 ล้านหน่วยสูญเสียในสายส่งทั้งประเทศ ปี พ.ศ. 2547 ตามที่ตำรายกมา

เพาเวอร์แฟกเตอร์ (Power Factor: PF) ต่ำ ⇒ สูญเสียในระบบมาก อุปกรณ์ต้องใหญ่ขึ้น ค่าไฟมากขึ้น · แต่แก้ PF ต้องเทียบเงินลงทุนกับเงินที่ประหยัดได้ และระวังฮาร์มอนิกส์ (คาปาซิเตอร์เสียหายเมื่อเกิดเรโซแนนซ์)

โรงงาน: สูญเสียในหม้อแปลงประมาณ 2–3% · ในสายไฟไม่เกิน 1%

ที่มา: ตำรา ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (ผชร.) ตอน 2 หน้า 2-1–2-3 หัวข้อ 2.1

2

โครงสร้างค่าไฟฟ้า: จ่ายค่าอะไรบ้าง

ผู้ใช้ไฟฟ้า 8 ประเภท:1 บ้านอยู่อาศัย2 กิจการขนาดเล็ก3 ขนาดกลาง (Demand 30–999 kW)4 ขนาดใหญ่ (Demand ≥ 1,000 kW)5 กิจการเฉพาะอย่าง6 องค์กรไม่แสวงหากำไร7 สูบน้ำเพื่อการเกษตร8 ผู้ใช้ไฟฟ้าชั่วคราว
ค่าพลังงาน (kWh (กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ หน่วย))อนุรักษ์พลังงาน ⇒ หน่วยลดลง ค่าใช้จ่ายลดลง
ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand)ใช้ไฟสม่ำเสมอ ⇒ Demand ลดลง
ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (PF)PF สูงกว่า 0.85 ตลอดเวลา ⇒ ไม่ต้องจ่าย (หลีกเลี่ยงได้)
ค่า ค่าปรับปรุงต้นทุนการผลิตไฟฟ้า (Fuel adjustment charge (Float time): Ft) และภาษีมูลค่าเพิ่มFt คิดจากหน่วยรวม · VAT คิดจากค่าไฟรวม ⇒ ลดตามหน่วยที่ลด

อัตรา อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use: TOU): ช่วง Peak 09.00–22.00 น. วันจันทร์–ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการ) ค่าไฟแพงกว่า Off Peak กว่า 2 เท่า และเสียค่าความต้องการพลังไฟฟ้าเฉพาะช่วง Peak

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · ตัวอย่างที่ 3 ในตำรา (ใบแจ้งหนี้อัตรา TOU ของ กฟภ.)

  1. ค่าพลังงาน On Peak = 164,880 หน่วย × 4.1839 = 689,841.43 บาท · Off Peak = (54,900 + 96,450) × 2.6037 = 394,070.00 บาท ⇒ รวม 1,083,911.43 บาท
  2. ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า On Peak = 762 kW (กิโลวัตต์) × 132.93 = 101,292.66 บาท
  3. kVAr (กิโลวาร์) ที่ยอมให้ = 61.97% ของ 762 kW = 472 kVAr · ใช้ไม่เกิน ⇒ ไม่เสียค่าปรับ PF
  4. ค่าบริการรายเดือน 312.24 บาท · Ft = (164,880 + 54,900 + 96,450) หน่วย × 0.2048 = 64,763.90 บาท
  5. รวม = 1,250,280.23 บาท · VAT 7% = 87,519.62 บาท
  6. รวมเงิน 1,337,799.85 บาท

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 ตัวอย่างที่ 3 หน้า 2-27 · ตำราพิมพ์ kVAr ที่ใช้จริงไม่ตรงกันในบรรทัดเดียวกัน (618 และ 414) จึงไม่แสดงตัวเลขนี้

PF สูงกว่า 0.85 ตลอดเวลา ⇒ ไม่ต้องจ่ายค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า TOU Peak = 09.00–22.00 น. วันจันทร์–ศุกร์

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-3–2-4 ตารางที่ 2.1-1 · หน้า 2-27–2-28 · หน้า 2-40

3

อนุรักษ์พลังงาน = ประหยัด + มีประสิทธิภาพ

kWh=kW ของเครื่องใช้ไฟฟ้า×ชั่วโมงที่เปิดใช้

ใช้อย่างประหยัด

ลดชั่วโมงที่เปิดอุปกรณ์ · เช่น ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนออกจากห้อง 10 นาที

ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลดกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ · เช่น เครื่องปรับอากาศรุ่นเก่ากินไฟมากกว่ารุ่นใหม่ฉลากเบอร์ 5 ประมาณ 30% (เฉพาะกรณีในตัวอย่าง)

จะเรียกว่าอนุรักษ์พลังงานได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ปรับตั้งอุณหภูมิ 25–26 °C และป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้าห้อง

อนุรักษ์พลังงาน = ใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ (กว้างกว่าคำว่าประหยัด)

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-5–2-6 หัวข้อ 2.2

4

ไฟฟ้ากระแสสลับ และโหลด 3 ชนิด

50 Hzความถี่ไฟฟ้ากระแสสลับ (รูปคลื่นไซน์)
380 Vแรงดันระหว่างสายด้านแรงต่ำ (3 เฟส)
220 Vแรงดันเฟส (1 เฟส)

ค่าแรงดันที่วัดได้เป็นค่า ค่าประสิทธิผล (Root Mean Square: RMS) ไม่ใช่ค่ายอดคลื่น · กรณีรูปคลื่นไซน์ VRMS = Vm ÷ √2 · ถ้าสัญญาณเพี้ยนจากรูปคลื่นไซน์ ค่าที่วัดอาจผิดพลาด ขึ้นกับความสามารถของเครื่องวัด

ตัวต้านทาน (R)กระแสเฟสตรงกับแรงดัน · ใช้กำลังไฟฟ้าเป็นวัตต์ (W) ใช้แล้วหมดไป · PF = 1
ตัวเหนี่ยวนำ (L)กระแสตามหลังแรงดัน 90° (Lag) · ใช้วาร์ (VAr) สะสมแล้วจ่ายคืน · กำลังเฉลี่ย 0 W · PF = 0
ตัวเก็บประจุ (C)กระแสนำหน้าแรงดัน 90° (Lead) · ใช้วาร์ (VAr) ทิศตรงข้ามกับ L · PF = 0
VAr ของ L กับ VAr ของ C ทิศตรงข้าม หักล้างกันได้ ⇒ ใช้ C แก้ PF ของโหลดแบบ L

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-7–2-12 หัวข้อ 2.3.1–2.3.3 ตารางที่ 2.3-1

5

กำลังไฟฟ้า 3 ชนิด และสามเหลี่ยมกำลังไฟฟ้า

Active Power: P = V I cosθหน่วยวัตต์ (W) · กำลังไฟฟ้าที่ทำให้เกิดงาน
Reactive Power: Q = V I sinθหน่วยวาร์ (VAr) · เอามาใช้ทำงานไม่ได้
Apparent Power: S = V I = √(P² + Q²)หน่วยโวลต์-แอมแปร์ (VA)
PF=cosθ=P ÷ S·มีค่า 0 ถึง 1

PF ต่ำ เกิดอะไรขึ้น

VAr มาก ⇒ VA มาก ⇒ กระแสในระบบมาก (S = V I) ⇒ สูญเสีย I²R ในหม้อแปลงและสายไฟมาก · W เท่าเดิม (ระบบทำงานได้เท่าเดิม)

หม้อแปลงมีพิกัดเป็น VA

PF ต่ำ ⇒ ใช้ VA มากแต่ได้ W น้อย · หม้อแปลงจ่ายเต็มพิกัดก็จ่ายโหลดได้น้อยกว่ากรณี PF ใกล้ 1

ลองคำนวณ — ใส่ kW กับ PF เดิมและ PF ใหม่ (ค่าตั้งต้นคือตัวอย่างที่ 1.1 ในตำรา)

PF = P ÷ S = cosθ VAr ตั้งฉากกับ W: VAr เปลี่ยน W ไม่เปลี่ยน แต่ VA เปลี่ยน

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-12–2-13 หัวข้อ 2.3.4 รูปที่ 2.3-8

6

ปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าด้วยตัวเก็บประจุ

โหลดส่วนใหญ่เป็น R ผสม L (Inductive) ⇒ กระแสตามหลังแรงดัน · การไฟฟ้าเรียกเก็บค่า PF เฉพาะ VAr ชนิด Lag · แก้โดยต่อตัวเก็บประจุ (C) ขนานกับโหลดหรือแหล่งจ่าย ให้ VAr ของ C หักล้าง VAr ของ L

ตู้คาปาซิเตอร์ (Capacitor Bank) มีตัวควบคุมค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าที่ฝาตู้

ต่อ C ขนานกับโหลด

กระแสลดลงตั้งแต่จุดที่ต่อไปจนถึงแหล่งจ่าย · โหลดยังใช้ W และ VAr เท่าเดิม

ต่อ C ขนานกับแหล่งจ่าย (นิยม)

สะดวก ไม่ยุ่งยาก · กระแสลดเฉพาะ Bus Bar กับหม้อแปลง · สายไปโหลดกระแสยังมากอยู่

ขนาดตัวเก็บประจุ (kVAr)=kW × (tanφ1 − tanφ2)
ค่า tanφ1 − tanφ2 จากตารางในตำรา:0.5 → 0.9 = 1.2480.7 → 0.9 = 0.5360.5 → 0.95 = 1.403

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · ตัวอย่างที่ 1.2 ในตำรา

ปรับ PF ของตู้รวมโหลดย่อยจาก 0.839 เป็น 0.95 ขณะโหลดรวม 289.7 kW

  1. φ1 = cos⁻¹ 0.839 = 32.965° ⇒ tanφ1 = 0.6485
  2. φ2 = cos⁻¹ 0.950 = 18.195° ⇒ tanφ2 = 0.3287
  3. kVAr = 289.7 × (0.6485 − 0.3287) = 92.65 kVAr · ในทางปฏิบัติจัด Cap Bank ได้ 100 kVAr

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 ตัวอย่างที่ 1.2 หน้า 2-23

ขนาด C ในตลาดมีไม่กี่ขนาด ⇒ ต่อหลายตัวขนานกัน (kVAr บวกกันได้) เรียก Capacitor Bank · ใช้ตัวควบคุมค่า PF อัตโนมัติ (PF Controller) ตัดต่อ C ตามการใช้ไฟที่ไม่คงที่

ชุดปรับปรุงตัวประกอบกำลัง: ตัวควบคุมค่าตัวประกอบกำลังหน้าจอดิจิทัล คอนแทกเตอร์ 3 ตัว และตัวเก็บประจุทรงกระบอก 3 ลูกตัวควบคุม PFคอนแทกเตอร์ตัวเก็บประจุ
kVAr = kW (tanφ1 − tanφ2) การไฟฟ้าเก็บค่า PF เฉพาะ VAr ชนิด Lag (ของ L)

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-14–2-17 หัวข้อ 2.4 ตารางที่ 2.4-1 · หน้า 2-23

7

ปรับ PF แล้วได้อะไร

สูญเสียในสายไฟลดลงขึ้นกับความต้านทานและความยาวสาย · ลดลง = 1 − (PF1/PF2)²
หม้อแปลงจ่ายโหลดเพิ่มได้kVA (กิโลโวลต์แอมแปร์) จ่ายเพิ่ม = kW (1/cosφ1 − 1/cosφ2) · สูญเสียในขดลวดหม้อแปลงลดลงด้วย
แรงดันสูงขึ้นแรงดันตกคร่อมในสายลดลง (ปริมาณเล็กน้อย)

ตัวอย่างที่ 2: สายไฟ

มอเตอร์ 3 เฟส 380 V กระแส 75 A PF 0.82 ห่าง 150 m สายเส้นละ 0.0635 Ω · สูญเสีย 3 × 75² × 0.0635 = 1,071.56 W · ปรับเป็น PF 0.95 ลดลง 1 − (0.82/0.95)² = 25.5% = 273.25 W (ประมาณ 1 ใน 4)

ตัวอย่าง: หม้อแปลง

หม้อแปลง 400 kVA จ่าย 200 kW PF 0.5 ปรับเป็น 0.8 ⇒ ใช้ 200/0.8 = 250 kVA · เหลือใช้อีก 400 − 250 = 150 kVA

แก้ PF ต้องลงทุน ⇒ เทียบเงินลงทุนกับมูลค่าที่ประหยัดได้

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-17–2-19 · ตัวอย่างที่ 2 หน้า 2-24

8

ติดตั้งตัวเก็บประจุตรงไหน · ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง

แบบศูนย์กลางที่จุดเดียว (Central Compensation)

แก้ PF รวมของโรงงาน · โหลดเล็กจำนวนมากไม่ทำงานพร้อมกัน ⇒ ติดจุดเดียวที่จุดรวมโหลด มีสวิตช์ตัดต่ออัตโนมัติตามโหลด

แบบรายกลุ่ม/รายตัว (Individual Compensation)

ที่กลุ่มโหลดย่อยหรือมอเตอร์ใหญ่ · ประสิทธิภาพการแก้ขึ้นกับระยะจากจุดติดตั้งถึงโหลด · ทั่วไปใช้แบบผสม

ข้อดีสูญเสียน้อยกว่า 0.33% · ลงทุนต่ำ · ยืดหยุ่นตามโหลด · ไม่มีส่วนเคลื่อนที่ ไม่ต้องบำรุงรักษา · ติดตั้งได้ทุกที่ ใช้เนื้อที่น้อย
ข้อเสียแรงดันเกินเมื่อปลดโหลด (ควรใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติ) · เรโซแนนซ์เมื่อใช้กับโหลดที่มีฮาร์มอนิก อุปกรณ์เสียหาย
เข้าใจผิดบ่อย

PF ต่ำมาก ก็ติดตัวเก็บประจุเพิ่มได้ทันที

ตำรา: กรณี PF ต่ำมาก (ตัวอย่างที่ 1.3 PF รวม 0.406) อาจต้องแก้ฮาร์มอนิกส์ก่อน การต่อ C อาจเกิดเรโซแนนซ์ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ระบบก่อน · วงจรเรียงกระแสและเตาเผาแบบอาร์กสร้างฮาร์มอนิก

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-22 และ 2-24

ข้อควรระวังอื่น: แรงดันที่จุดติดตั้งสูงขึ้นกว่าเดิม · จุดติดตั้งต้องระบายความร้อนดี (ร้อน ⇒ อายุสั้น) · ต่อตรงกับมอเตอร์ต้องเลือกขนาดและติดตั้งให้ถูก มิฉะนั้นมอเตอร์เสียหาย

ตัวเก็บประจุ: ข้อเสียสำคัญ = แรงดันเกิน และเรโซแนนซ์กับฮาร์มอนิก

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-19–2-22 หัวข้อ 2.4.1–2.4.3 · หน้า 2-24

9

หม้อแปลงไฟฟ้า: สูญเสีย 2 ส่วน

ลองตอบก่อนอ่าน

หม้อแปลงที่ใหญ่เกินภาระมาก ลองเดาว่าการสูญเสียเป็นอย่างไร

หน้าที่หลัก 2 ประการ: แปลงแรงดัน และแยกวงจร 2 ฝั่งออกจากกันทางไฟฟ้า · ไม่ใช่แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ส่งผ่านพลังงานจากปฐมภูมิไปทุติยภูมิผ่านสนามแม่เหล็ก

ขณะไม่มีโหลด (No Load Loss: Wi)

สูญเสียในแกนเหล็ก (Iron Loss / Core Loss) · เกือบคงที่ ไม่ขึ้นกับโหลด · พิกัดยิ่งใหญ่ No Load Loss ยิ่งมาก · 1,000 kVA ประมาณ 1.75 kW · 2,000 kVA ประมาณ 2.8 kW

ขณะมีโหลด (Load Loss: Wc)

สูญเสียในขดลวด (Copper Loss) · แปรผันตามกระแสยกกำลังสอง · ปรับ PF และอนุรักษ์พลังงาน ⇒ กระแสลด ⇒ Copper Loss ลด

กำลังสูญเสียรวม=Wi + (kVA ใช้จริง ÷ kVA พิกัด)² × Wc
60–75%โหลดที่หม้อแปลงมีประสิทธิภาพเหมาะสมที่สุด
~75%นิยมใช้ 2 ตัว แต่ละตัวรับโหลดประมาณนี้
Cu = Feประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ Copper Loss = Iron Loss

ตัวอย่างในตำรา: หม้อแปลง 4 ตัว แต่ละตัวจ่ายโหลดไม่เกิน 20% ⇒ รวมโหลดตัวที่ 1 กับ 2 และตัวที่ 3 กับ 4 ปลดหม้อแปลงได้ 2 ตัว ทำงานที่ประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดสูญเสียที่ไม่จำเป็น

ดรอปเอาต์ฟิวส์บนลูกถ้วยในสภาพปลด กระบอกฟิวส์สวิงลงจากหน้าสัมผัสด้านบนหน้าสัมผัสบนกระบอกฟิวส์ปลดลง
No Load Loss (แกนเหล็ก) เกือบคงที่ · Copper Loss แปรตามกระแสยกกำลังสอง หม้อแปลงใหญ่เกินภาระ = สูญเสียมาก

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-33–2-37 หัวข้อ 2.5 · หน้า 2-48 มาตรการที่ 2 · หน้า 2-50

10

แรงดันสูงเกิน: ปรับแทปหม้อแปลง

380 Vแรงดันใช้งาน 3 เฟส (220 V 1 เฟส) · แรงดันด้านออกหม้อแปลงควรเป็น
390–410 Vที่มักวัดได้จริงในโรงงาน ⇒ สูญเสียในแกนเหล็กสูงขึ้น มอเตอร์และหลอดไฟใช้กำลังมากขึ้น
5 ระดับแทปหม้อแปลง ห่างกันประมาณ 10 V
≥ 370 Vอุปกรณ์ที่อยู่ไกลจากตู้จ่ายไฟไม่ควรต่ำกว่านี้
กำลังไฟฟ้าที่ประหยัดได้=กำลังสูญเสียไม่มีโหลด × [(V1 ÷ V2)² − 1]

วิธี: วัดแรงดันที่ปลายสายหลายตำแหน่งหลายช่วงเวลา ถ้าช่วงใช้ไฟมากแรงดันยังเกินมาก ⇒ ปรึกษาการไฟฟ้าในพื้นที่ปรับลด Tap · ผลประหยัดคำนวณได้แค่ประมาณ (แรงดันไม่คงที่) ⇒ เหมาะเป็นมาตรการที่ไม่ต้องลงทุนมาก

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · มาตรการที่ 1 ในตำรา (ปรับลดแรงดันด้วยการปรับแทป)

หม้อแปลง 1,000 kVA ใช้งาน 8,760 ชม./ปี Core Loss 1.75 kW แรงดันด้านออก 400 V ปรับลดเป็น 380 V ค่าไฟเฉลี่ย 3.00 บาท/หน่วย ค่าปรับแทป 2,500 บาท

  1. พลังงานที่ลดได้ = 1.75 × 8,760 × ((400/380)² − 1) = 1,656.15 kWh/ปี
  2. เงินที่ประหยัดได้ = 1,656.15 × 3.00 = 4,968.45 บาท/ปี
  3. ระยะคืนทุน = 2,500 ÷ 4,968.45 = 0.50 ปี

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 มาตรการที่ 1 หน้า 2-46–2-48 · ตัวคำนวณคิดเฉพาะสูญเสียในแกนเหล็ก (ผลต่อมอเตอร์และหลอดไฟขึ้นกับอุปกรณ์)

หม้อแปลงจำหน่ายชนิดน้ำมัน มีบุชชิงแรงสูงด้านบน ด้ามปรับแทปบนฝาถัง และครีบระบายความร้อนรอบตัวบุชชิงแรงสูงด้ามปรับแทปครีบระบายความร้อน
แรงดันด้านออกหม้อแปลงควร 380 V · ไกลสุดไม่ต่ำกว่า 370 V

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-35 และ 2-38 · หน้า 2-46–2-48

11

ลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด · บริหารพฤติกรรมการใช้ไฟ

ลองตอบก่อนอ่าน

โรงงานลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดลงได้ ลองเดาว่าหน่วยไฟฟ้า (kWh) ที่ใช้ทั้งเดือนเปลี่ยนไหม

เครื่องมือที่ดี: กราฟพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ารายสัปดาห์ (Weekly Load Curve) ดูว่าช่วงไหนใช้ไฟสูง ควรเลี่ยงเปิดอุปกรณ์พร้อมกัน · ดูวันเสาร์–อาทิตย์ด้วย

Factory A กับ Factory B

ใช้ไฟ 720,000 หน่วยเท่ากัน (Ft เท่ากัน) แต่ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด 1,000 kW กับ 3,000 kW ⇒ B ต้องใช้หม้อแปลงใหญ่กว่า สูญเสียมากกว่า ค่าไฟรวมแพงกว่า

ลด Demand ไม่ใช่การอนุรักษ์พลังงาน

B ปรับพฤติกรรมให้เหมือน A ⇒ ค่าไฟลดลง แต่หน่วยไฟฟ้าที่ใช้ยังเท่าเดิม จึงไม่ถือว่าอนุรักษ์พลังงาน

เกลี่ยการใช้งานไม่เปิดอุปกรณ์พร้อมกัน · ย้ายเวลาทำงานของโรงงานย่อย ⇒ ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดลดลงชัดเจน
ระบบอ่านหน่วยอัตโนมัติ (AMR) ของ กฟภ.ส่งข้อมูลทุก 15 นาที ดูประวัติผ่านเว็บไซต์ · ผู้ใช้ไม่ต้องลงทุน
ใช้ประโยชน์จาก TOUลดงานช่วง Peak ไปเพิ่มวันอาทิตย์ (Off Peak ถูกกว่ามาก)
Load Factor ≥ 0.9ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าคุ้มค่าที่จะจ่ายค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด
มิเตอร์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ 3 เฟสในกล่องใสปิดผนึก ต่อโมดูลสื่อสารพร้อมเสาอากาศสั้นด้านข้างมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์โมดูลสื่อสาร
ลด Demand ⇒ ค่าไฟลด แต่หน่วยเท่าเดิม = ไม่ใช่การอนุรักษ์พลังงาน โรงงาน 24 ชั่วโมงบริหารพฤติกรรมการใช้ไฟได้ง่ายกว่าโรงงาน 8–10 ชั่วโมง

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-38–2-43 หัวข้อ 2.6

12

ตรวจวินิจฉัยระบบไฟฟ้ากำลัง · เลือกมาตรการ

แรงดันขณะอุปกรณ์ทำงานเต็มที่ แรงดันที่อุปกรณ์ไกลที่สุด380–390 V
กระแสกระแสแต่ละเฟสที่ระบบรวม ไม่ควรต่างกันเกิน10% · ย้ายโหลดให้สมดุล
PFค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าของระบบรวม ไม่ควรต่ำกว่า0.90
ภาระหม้อแปลงขณะรับภาระสูง (V × I เป็น kVA เทียบพิกัด)ใกล้เคียง 60%
ปลดหม้อแปลงที่ไม่ใช้งานแต่ยังต่อไฟฟ้าแรงสูงปลดแรงสูงออก ลดสูญเสียในแกนเหล็ก

เลือกมาตรการ ดู 5 เรื่อง: ผลประหยัด · เงินลงทุน · ระยะคืนทุนเทียบอายุอุปกรณ์ · ระยะเวลาดำเนินการ · กำลังคน · วิธีง่ายและนิยม: ระยะเวลาคืนทุน (ปี) = เงินลงทุนทั้งหมด ÷ ผลประหยัดต่อปี

กระแสแต่ละเฟสต่างกันไม่เกิน 10% · PF ระบบรวมไม่ต่ำกว่า 0.90

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 2 หน้า 2-44–2-46 หัวข้อ 2.7–2.9

★

ตัวเลขที่ต้องจำในหัวข้อนี้

2–3% · ≤ 1%สูญเสียในหม้อแปลง · ในสายไฟ
0.85PF สูงกว่านี้ตลอดเวลา ไม่เสียค่าปรับ
0.90PF ระบบรวมไม่ควรต่ำกว่า (แนวปฏิบัติที่ดี)
380 / 220 V · 50 Hzแรงดันใช้งาน 3 เฟส / 1 เฟส
60–75%โหลดที่หม้อแปลงมีประสิทธิภาพเหมาะสม
10%กระแสแต่ละเฟสต่างกันไม่เกิน
09.00–22.00TOU Peak วันจันทร์–ศุกร์
≥ 370 Vแรงดันที่อุปกรณ์ไกลสุด
15 นาทีมิเตอร์อ่านหน่วยอัตโนมัติ (AMR) ส่งข้อมูล
2

จำลองอุปกรณ์ในโรงงาน

จำลองอุปกรณ์ที่บทนี้สอน ในโรงงานที่สร้างจากเนื้อหาที่อบรม · ลานหม้อแปลงและสวิตช์ยาร์ด · ห้องไฟฟ้า: ตู้ MDB และเครื่องมือวัด

ภาพโรงงานจำลอง ห้องของบทนี้สว่าง

ลองปรับเอง · เปลี่ยนค่าแล้วเห็นผลทันที

สถานการณ์จำลอง 2 เรื่อง · เลือกทางแก้แล้วเห็นผลเป็นตัวเลขจากตำรา

ที่มา: คู่มือผู้รับผิดชอบด้านพลังงานสามัญ (โรงงาน) พ.ศ. 2567 (พพ.) ตอนที่ 2 การจัดการพลังงานไฟฟ้า บทที่ 2 · หน้า 2-1 ถึง 2-83 (หน้าไฟล์ 21–103)