Con-En Con Engineering Co.,Ltd. Con-En ศูนย์เพิ่มศักยภาพบริษัท คอน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด สมัครอบรม
วันที่ 4 · 1.5 ชม.

3.2การอนุรักษ์พลังงานสำหรับระบบไอน้ำ

12 หัวข้อย่อย · ประมาณ 20 นาที

อ่านจบแล้วคุณจะ

  • รู้จักอุปกรณ์และการทำงานของอุปกรณ์ในระบบไอน้ำ
  • ทราบปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของระบบไอน้ำ
  • ทราบวิธีตรวจวัดและประเมินประสิทธิภาพพลังงานของระบบไอน้ำ
สีกล่องในหน้านี้ ต้องจำ ตัวอย่างคำนวณ

สรุป 1 นาที 5 เรื่องที่ต้องจำ · ปัดหรือกดลูกศรดู · กดการ์ดเพื่อไปอ่าน

1

ระบบไอน้ำ 4 ส่วน และเลือกระบบให้เหมาะกับงาน

① หม้อไอน้ำ→② ระบบส่งจ่ายไอน้ำ→③ อุปกรณ์ใช้ไอน้ำ→④ ระบบนำกลับคอนเดนเสท

ใช้กับงานความร้อนอุณหภูมิสูงกว่า 100 °C · น้ำป้อนถูกสูบเข้าหม้อไอน้ำรับความร้อนจากก๊าซเผาไหม้ เป็นไอน้ำ ส่งไปอุปกรณ์ แล้วควบแน่นเป็นคอนเดนเสทผ่านกับดักไอน้ำ กลับถังน้ำป้อน

ต้องการน้ำร้อน

ใช้หม้อไอน้ำเล็กผลิตไอน้ำ + เครื่องทำน้ำร้อนแยก ดีกว่าหม้อใหญ่ผลิตไอน้ำแล้วแลกเปลี่ยนเป็นน้ำร้อน: หม้อไอน้ำประสิทธิภาพดีกว่าที่ความดันต่ำ · หม้อใหญ่แผ่รังสีมากกว่า · หม้อไอน้ำสูญเสียทางปล่องมากกว่าเครื่องทำน้ำร้อน

ต้องการอุณหภูมิสูงมาก

เช่น 260 °C ไอน้ำต้องมีความดันถึง 47 bar (หม้อแพงมาก) ⇒ ใช้หม้อต้มน้ำมันร้อน (Thermal Oil) ได้ถึง 350 °C ที่ความดันต่ำ 2–3 bar · น้ำมันกลับมาเย็นลง 10–20 °C

ระบบไอน้ำ 4 ส่วน: หม้อไอน้ำ · ส่งจ่าย · อุปกรณ์ใช้ไอน้ำ · นำกลับคอนเดนเสท ต้องการ 260 °C ⇒ หม้อต้มน้ำมันร้อน (ไอน้ำต้อง 47 bar)

ที่มา: ตำรา ผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (ผชร.) ตอน 3 หน้า 2-2–2-3 หัวข้อ 2.2

2

หม้อไอน้ำ 3 ประเภท

หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ ผ่าซีก ถังไอน้ำด้านบน ถังน้ำด้านล่าง ต่อด้วยท่อน้ำจำนวนมาก เปลวไฟจากหัวเผาด้านหน้าถังไอน้ำท่อน้ำหัวเผา

ท่อน้ำ (Water-tube)

น้ำไหลในท่อ เปลวไฟรอบท่อ · ภาระไอน้ำเปลี่ยนตลอดเวลา ⇒ ใช้ท่อน้ำ ผลิตไอน้ำได้ทันความต้องการเร็วกว่า

ท่อไฟ (Fire-tube)

ก๊าซร้อนวิ่งในท่อที่จมในน้ำ · ได้ความดันช้ากว่าท่อน้ำ · จำนวนกลับยิ่งมาก ประสิทธิภาพยิ่งสูง (เล็ก 2 กลับ · ใหญ่ 3 หรือ 4 กลับ)

ไหลผ่าน (Once Through)

ท่อน้ำไม่มีหม้อพักไอน้ำ · ภาระน้อย ไม่ต่อเนื่อง ต้องการไอน้ำเร็ว · ทำงานเฉพาะเมื่อต้องการไอน้ำ · ต้องใส่ใจคุณภาพน้ำป้อนและโบลว์ดาวน์มากขึ้น

หม้อไอน้ำท่อไฟแบบ 3 กลับผ่าซีก หัวเผาด้านหน้ายิงเปลวเข้าท่อเตาใหญ่ด้านล่าง ก๊าซร้อนวกกลับผ่านท่อไฟเล็กจำนวนมากที่จมในน้ำ ออกทางปล่องด้านท้ายหัวเผาท่อเตาท่อไฟทางออกไอเสีย
ภาระไอน้ำเปลี่ยนตลอดเวลา ⇒ หม้อไอน้ำท่อน้ำ หม้อท่อไฟ: จำนวนกลับมาก ประสิทธิภาพสูง

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-3–2-5 หัวข้อ 2.3.1

3

หัวเผาและเตาเผาเชื้อเพลิงแข็ง

หัวเผา 2 แบบ: หัวเผาก๊าซพร้อมชุดวาล์วและเกจ และหัวเผาน้ำมันแบบฉีดด้วยแรงดันพร้อมปั๊มน้ำมัน มีพัดลมจ่ายอากาศในตัวหัวเผาก๊าซหัวเผาน้ำมัน
หัวเผาก๊าซผสมก่อนป้อน (Pre-mix) · ผสมในหัวเผา (Nozzle-mix)
หัวเผาเชื้อเพลิงเหลวใช้ความดันน้ำมัน · ใช้ไอน้ำหรืออากาศ · ถ้วยหมุน (Rotary Cup)
เลือกตามภาระภาระเปลี่ยนตลอด ⇒ เผาต่อเนื่อง (Modulating) · เปลี่ยนไม่มาก ⇒ ไฟสูง-ต่ำ · ภาระคงที่ ⇒ ไฟตัด-ต่อ (ON-OFF)
เตาเผาเชื้อเพลิงแข็ง 3 แบบผ่าซีก: ตะกรับโซ่ สโตกเกอร์แบบกระจาย และฟลูอิไดซ์เบดตะกรับโซ่สโตกเกอร์กระจายฟลูอิไดซ์เบด

เชื้อเพลิงแข็ง: ป้อนด้วยคน (ประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ) · สโตกเกอร์ (ราคาถูก ใช้ได้หลายเชื้อเพลิง) · พัลเวอร์ไรซ์ · ไซโคลน · ฟลูอิไดซ์เบด ใช้ได้กับเชื้อเพลิงแข็งทุกชนิด ความชื้นสูงได้ อุณหภูมิทั่วเตาใกล้กัน เผาที่ต่ำประมาณ 850 °C ช่วยลดมลพิษ

ภาระไอน้ำคงที่ใช้หัวเผาไฟตัด-ต่อ · เปลี่ยนตลอดใช้แบบเผาต่อเนื่อง ฟลูอิไดซ์เบด เผาที่ประมาณ 850 °C ใช้ได้กับเชื้อเพลิงแข็งทุกชนิด

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-5–2-9 หัวข้อ 2.3.2

4

การเผาไหม้ และอากาศส่วนเกินที่เหมาะสม

ลองตอบก่อนอ่าน

เผาน้ำมันดีเซล 1 kg ลองเดาว่าต้องใช้อากาศตามทฤษฎีประมาณกี่ kg

แข็ง 75–85%ประสิทธิภาพการเผาไหม้
เหลว 80–85%
ก๊าซ 80–90%พื้นที่สัมผัสกับอากาศมากที่สุด

อากาศมี O₂ 23.2% โดยมวล · น้ำมันดีเซล 1 kg ใช้ O₂ 3.334 kg = อากาศ 3.334 ÷ 0.232 = 14.37 kg ⇒ อากาศต่อเชื้อเพลิงตามทฤษฎี 14.37 : 1 · การเผาไหม้จริงต้องมีอากาศส่วนเกิน แต่ถ้ามากเกินไปจะพาความร้อนทิ้งทางปล่อง

ก๊าซอากาศส่วนเกิน 5–15%O₂ 1–2% · CO₂ 9–10%
เหลวอากาศส่วนเกิน 15–20%O₂ 3–4% · CO₂ 12–14%
แข็งอากาศส่วนเกิน 15–60%O₂ 7–10% · CO₂ 12–13%
อากาศต่อน้ำมันดีเซลตามทฤษฎี 14.37 : 1 เชื้อเพลิงเหลว: อากาศส่วนเกิน 15–20% · O₂ ในไอเสีย 3–4%

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-9–2-12 หัวข้อ 2.3.3 ตารางที่ 2.3-1

5

คุณภาพน้ำและการระบายน้ำ (โบลว์ดาวน์)

น้ำกลายเป็นไอ สารเจือปนในหม้อเข้มข้นขึ้น ตกตะกอน ⇒ ต้องระบายน้ำทิ้ง · ระบายมากไป เสียความร้อนและน้ำ · ระบายน้อยไป ตะกรันเกาะผิวท่อ ไอน้ำเปียก ระบบท่อเสียหาย · ระบายด้านล่าง (Bottom) หรือแบบต่อเนื่องตามเวลา/ค่าการนำไฟฟ้า

การนำไฟฟ้าน้ำป้อนน้อยกว่า 400 µS/cmน้ำในหม้อไม่เกิน 7,000 µS/cm
pHน้ำป้อน 8.5–9.5น้ำในหม้อ 10.8–11.3
อื่น ๆโซเดียมฟอสเฟตในหม้อ 50–100 mg/l · ซิลิกาไม่เกิน 120–150 mg/lความกระด้างเข้าใกล้ 0

มาตรฐานนี้สำหรับหม้อความดันไม่เกิน 20 barg (British Standard และ มาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards: JIS)) · ตรวจคุณภาพน้ำและปรับตั้งการควบคุมอย่างน้อยทุกเดือน

ระบายมากไปเสียความร้อน · ระบายน้อยไปเกิดตะกรัน น้ำในหม้อไอน้ำ ค่าการนำไฟฟ้าไม่เกิน 7,000 µS/cm

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-12–2-13 หัวข้อ 2.3.4 ตารางที่ 2.3-2 · หน้า 2-38 หัวข้อ 2.6.5

6

กับดักไอน้ำ: แยกน้ำออก ไม่ปล่อยไอน้ำทิ้ง

กับดักไอน้ำ 4 แบบผ่าซีก: เทอร์โมไดนามิกส์แบบจาน ลูกลอย ถ้วยคว่ำ และบาลานซ์เพรสเชอร์เทอร์โมไดนามิกส์ลูกลอยถ้วยคว่ำบาลานซ์เพรสเชอร์

วาล์วอัตโนมัติแยกคอนเดนเสทออกจากระบบ ป้องกันน้ำอั้น (อุปกรณ์ร้อนช้า) และค้อนน้ำ (Water Hammer) · 4 กลุ่ม: ทำงานด้วยความร้อน (เทอร์โมสแตติกส์) · กลไก (ลูกลอย ถ้วย) · เทอร์โมไดนามิกส์ (จาน) · อื่น ๆ

ท่อไอน้ำหลัก ท่อย่อย เฮดเดอร์ใช้แบบจาน (เทอร์โมไดนามิกส์) จุดที่อาจเกิดค้อนน้ำ
อุปกรณ์ให้ความร้อนเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน หม้อต้ม ลูกกลิ้ง ⇒ ลูกลอยหรือถ้วยคว่ำ และต่อ Air Vent คร่อม
จุดเกิดค้อนน้ำไม่ใช้แบบมีคานหรือลูกลอย เพราะคานและลูกลอยเสียรูป วาล์วปิดไม่สนิท
ติดตั้งอุปกรณ์ละ 1 ตัว ไม่ซ้อน 2 ตัว · ติดก่อนวาล์วควบคุม · ไม่ติดสูงกว่าจุดระบาย (ถ้าจำเป็นใช้ Lift Fitting) · คอนเดนเสทต่างความดันไม่รวมท่อเดียว
ท่อไอน้ำหลัก ใช้กับดักไอน้ำแบบเทอร์โมไดนามิกส์ (จาน) อุปกรณ์แต่ละตัวควรมีกับดักไอน้ำแยก ไม่ใช้ตัวเดียวร่วมกัน

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-14–2-22 หัวข้อ 2.4

7

คำนวณประสิทธิภาพหม้อไอน้ำ วิธีตรงและวิธีอ้อม

วิธีตรง

η = ความร้อนที่ใช้ผลิตไอน้ำ ÷ พลังงานเชื้อเพลิง · ง่าย แต่ไม่บอกว่าสูญเสียที่ไหน

วิธีอ้อม

η = 100 − (L1 ปล่อง + L2 แผ่รังสี + L3 โบลว์ดาวน์ + L4 อื่น ๆ) · บอกได้ว่าควรแก้จุดไหน

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · ตัวอย่างที่ 1–2 ในตำรา

หม้อไอน้ำท่อน้ำ น้ำมันเตา 800 L/h (40 MJ/L) · ไอน้ำ 10 barg 184 °C · น้ำป้อน 10,600 kg/h ที่ 25 °C · โบลว์ดาวน์ 600 kg/h · 6,000 ชม./ปี · น้ำมัน 14 บาท/L

  1. ไอน้ำ = 10,600 − 600 = 10,000 kg/h
  2. ความร้อนผลิตไอน้ำ = 10,600 × (781 − 105) + 10,000 × (2,782 − 781) = 27,175,600 kJ/h
  3. η = 27,175,600 ÷ (800 × 40,000) = 84.9% · ราคาไอน้ำ 67,200,000 ÷ (10 ตัน/ชม. × 6,000) = 1,120 บาท/ตัน
  4. วิธีอ้อม: โบลว์ดาวน์ 600 × (781 − 105) = 405,600 kJ/h = 1.26% · 100 − 12.14 − 1.7 − 1.26 = 84.9% ตรงกัน

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-25–2-27

ตัวอย่างที่ 2 ตำราพิมพ์การสูญเสียทางปล่องในโจทย์เป็น 12.4% แต่บรรทัดคำนวณใช้ 12.14% · การ์ดนี้ใช้ 12.14% เพราะทำให้ผลวิธีอ้อมเท่ากับวิธีตรง (84.9%)

ประสิทธิภาพวิธีอ้อม = 100 − (ปล่อง + แผ่รังสี + โบลว์ดาวน์ + อื่น ๆ) หม้อไอน้ำทั่วไปมีประสิทธิภาพ 70–80%

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-23–2-27 หัวข้อ 2.5 · หน้า 2-27 หัวข้อ 2.6

8

ปรับปรุงหม้อไอน้ำ: อากาศ เขม่า ตะกรัน และอุ่นน้ำป้อน

ลองตอบก่อนอ่าน

เขม่าเกาะผิวถ่ายเทความร้อนหนาเพียง 1 mm ลองเดาว่าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นแค่ไหน

ปรับอัตราส่วนอากาศบังคับหัวเผาที่ภาระหนึ่ง วัดไอเสีย ปรับแดมเปอร์ให้ O₂ ใกล้เกณฑ์หรือ CO₂ สูงสุด · ไม่มีเขม่าดำ และ CO ไม่เกิน 200 ppm · ประสิทธิภาพการเผาไหม้ = 100 − การสูญเสียทางปล่อง
เขม่า (Soot)หนาขึ้น 1 mm สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มประมาณ 15–20%
ตะกรัน (Scale)หนาขึ้นทุก 1 mm สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มประมาณ 2%
บำรุงรักษาหัวเผาล้างหัวเผาเชื้อเพลิงเหลวทุกสัปดาห์ ก๊าซทุกเดือน · ตรวจการเผาไหม้และปรับอากาศทุกเดือน
อุ่นน้ำป้อน (Economizer)ก๊าซทิ้งประมาณ 200–250 °C · คุ้มเมื่อหม้อใหญ่ประมาณ 3 เมกะวัตต์ (MW) (ไอน้ำ 3.6 ตัน/ชม.) ขึ้นไป · เดินภาระต่ำนาน ๆ ต้องมีทางผ่าน (Bypass) กันกรดกลั่นตัว

อ่านค่าการสูญเสียทางปล่อง · ตัวอย่างที่ 3 ในตำรา

น้ำมันเตา · O₂ ในไอเสีย 8% · ไอเสีย 246 °C · ห้อง 35 °C

  1. จากรูปความสัมพันธ์ O₂ 8% ⇒ อากาศส่วนเกิน 58% · CO₂ 10.2%
  2. ผลต่างอุณหภูมิ 211 °C (380 °F) ⇒ สูญเสียทางปล่อง 16.8% (ค่าความร้อนสูง) · 16.8 − 4.5 = 12.3% (ค่าความร้อนต่ำ)
  3. ประสิทธิภาพการเผาไหม้ = 100 − 12.3 = 87.7%

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-33

เขม่าหนา 1 mm เชื้อเพลิงเพิ่ม 15–20% · ตะกรันหนา 1 mm เพิ่ม 2% ปรับอากาศจน CO ไม่เกิน 200 ppm และไม่มีเขม่าดำ

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-27–2-36 หัวข้อ 2.6.1–2.6.3

9

ระบบส่งจ่ายไอน้ำ: ฉนวน กับดัก ท่อ วาล์ว

ลองตอบก่อนอ่าน

หุ้มฉนวนท่อไอน้ำเปลือย ลองเดาว่าความร้อนที่เสียทางผิวท่อลดลงเท่าใด

ท่อไอน้ำ 2 เส้น: ท่อเปลือยเป็นสนิมพร้อมวาล์ว และท่อหุ้มฉนวนใยแก้วปิดแผ่นอะลูมิเนียม แต่เว้นวาล์วไว้ไม่หุ้มท่อเปลือยท่อหุ้มฉนวนวาล์วที่ยังไม่หุ้ม

หุ้มฉนวนลดการสูญเสียทางพื้นผิวได้ประมาณ 95% · วาล์วที่เว้นไว้ไม่หุ้มยังเสียความร้อน คิดเป็นความยาวท่อเทียบเท่า 1.2 m/ตัว หน้าแปลน 0.4 m/ตัว

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · ตัวอย่างที่ 6 ในตำรา

ท่อไอน้ำ 2 นิ้ว ยาว 50 m ไม่หุ้มฉนวน ผิว 180 °C · วาล์ว 3 ตัว หน้าแปลน 6 ตัว · 6,000 ชม./ปี · หุ้มใยแก้ว 64 kg/m³

  1. ความยาวเทียบเท่า = (1.2 × 3) + (0.4 × 6) = 6 m รวม 56 m
  2. ก่อนหุ้ม: 0.57 kW/m × 56 × 6,000 = 191,520 kWh (กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ หน่วย)/ปี
  3. หลังหุ้ม: 43 W/m × 56 × 6,000 ÷ 1,000 = 14,448 kWh/ปี
  4. ลดได้ 177,072 kWh/ปี

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-48–2-49 ตารางที่ 2.7-4 และ 2.7-6

ตรวจกับดักไอน้ำเย็นตัว · พ่นไอน้ำตลอด · อุดตัน · บายพาสเปิดทิ้ง · ติดตั้งผิด · ใช้ผิดชนิด · น้ำท่วม · ดูการรั่วด้วยกระจกมอง (Sight Glass) หรือเครื่องอัลตราโซนิก (Ultrasonic ต้องอาศัยความชำนาญ) · ตรวจและบำรุงรักษาทุกตัวอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง
ตรวจท่อและวาล์วท่อชำรุด รั่วที่ข้อต่อ หน้าแปลน รอยเชื่อม · ท่อไม่ใช้ · ท่อแช่น้ำ · ลิ้นนิรภัยรั่ว · ท่อเปลือย · วาล์วรั่วหรือลืมปิด
หุ้มฉนวนลดการสูญเสียทางพื้นผิวได้ประมาณ 95% วาล์วเทียบเท่าท่อ 1.2 m · หน้าแปลน 0.4 m

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-39–2-50 หัวข้อ 2.7

10

นำคอนเดนเสทและไอน้ำแฟลชกลับมาใช้

คอนเดนเสท สะอาดมากและยังร้อน ⇒ กลับเป็นน้ำป้อน ลดค่าน้ำ ลดโบลว์ดาวน์ เพิ่มประสิทธิภาพหม้อ · ถ้ามีสิ่งปนเปื้อน (น้ำมัน สนิม ของเหลวกระบวนการ) ให้นำกลับเฉพาะความร้อน · ส่งกลับด้วยความดันตัวเอง (ความดันใช้งานสูง ระยะไม่ไกล) หรือด้วยปั๊ม

น้ำ 25 °C + คอนเดนเสท 100 °Cคอนเดนเสท 50%
⇒ 62.5 °Cอุณหภูมิน้ำป้อนหลังผสม
คอนเดนเสท 80%⇒ 85.0 °C

ไอน้ำแฟลชเกิดเมื่อคอนเดนเสทความดันสูงลดความดัน · เช่น จาก 10 barg ลงเหลือ 0 barg เกิดไอน้ำแฟลช 15.9% ของคอนเดนเสท · ใช้ถังแฟลชแยกไอไปใช้ที่ความดันต่ำ

ถังแฟลชแนวตั้ง คอนเดนเสทเข้าทางท่อด้านข้าง ไอน้ำแฟลชออกทางท่อด้านบน น้ำออกด้านล่างผ่านกับดักไอน้ำไอน้ำแฟลชออกคอนเดนเสทเข้าน้ำออกผ่านกับดักไอน้ำ
คอนเดนเสทสะอาดและร้อน นำกลับเป็นน้ำป้อน ลดค่าน้ำและเชื้อเพลิง คอนเดนเสท 10 barg ลดเป็น 0 barg เกิดไอน้ำแฟลช 15.9%

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-50–2-55 หัวข้อ 2.8 ตารางที่ 2.8-2 และ 2.8-4

11

ตรวจวินิจฉัยระบบไอน้ำ

น้ำมันอุ่นน้ำมันเตาเกรด เอ 90–100 °C · เกรด ซี 110–120 °Cหนืดไปพ่นฝอยไม่ดี เผาไม่สมบูรณ์
O₂น้อยที่สุดที่ CO ไม่เกิน 200 ppm · ก๊าซไม่เกิน 2% · เหลวไม่เกิน 4%ปรับหัวเผาทุกครั้งที่บำรุงรักษา
น้ำในหม้อค่าการนำไฟฟ้า 6,000–7,000 µS/cmต่ำกว่า 6,000 ลดโบลว์ดาวน์ · สูงกว่า 7,000 ตรวจน้ำป้อน
ผิวหม้ออุณหภูมิเฉลี่ยผิวหม้อและอุปกรณ์ใช้ไอน้ำไม่เกิน 60 °Cซ่อม/เปลี่ยนฉนวน
ความดันผลิตสูงกว่าความดันสูงสุดที่อุปกรณ์ต้องการประมาณ 0.5–1.0 bargลดความดันผลิตให้พอดี
ไอน้ำ/เชื้อเพลิงเชื้อเพลิงเหลวควรได้ไอน้ำต่อเชื้อเพลิงประมาณ 13–14 : 1เดินชุดอัตราส่วนสูงเป็นหลัก
หม้อสำรองไม่ควรเดินหม้อสำรองรอเสริมช่วงสั้น ๆ เพราะสูญเสียตลอดเวลาถังเก็บไอ (Steam Accumulator) · แก้ความดันตก
ความร้อนทิ้งไอเสียสูงกว่า 200 °C ควรนำกลับ (ถ้าเชื้อเพลิงไม่มีกำมะถัน) · โบลว์ดาวน์มากควรแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำป้อนEconomizer · อุ่นอากาศ
ความดันไอน้ำที่ผลิตสูงกว่าที่อุปกรณ์ต้องการเพียง 0.5–1.0 barg เชื้อเพลิงเหลว ไอน้ำต่อเชื้อเพลิงประมาณ 13–14 : 1

ที่มา: ตำรา ผชร. ตอน 3 หน้า 2-56–2-60 หัวข้อ 2.9

★

ตัวเลขที่ต้องจำในหัวข้อนี้

70–80%ประสิทธิภาพหม้อไอน้ำทั่วไป
14.37 : 1อากาศต่อดีเซลตามทฤษฎี
200 ppmCO สูงสุดเมื่อปรับอากาศ
15–20% · 2%เชื้อเพลิงเพิ่มต่อเขม่า · ตะกรันหนา 1 mm
95%ฉนวนลดการสูญเสียทางผิว
7,000 µS/cmน้ำในหม้อไม่เกิน (น้ำป้อน < 400)
0.5–1.0 bargความดันผลิตเผื่อเหนือที่อุปกรณ์ต้องการ
60 °Cอุณหภูมิผิวหม้อและอุปกรณ์ไม่เกิน
3 MWขนาดหม้อที่ติด Economizer คุ้ม
2

จำลองอุปกรณ์ในโรงงาน

จำลองอุปกรณ์ที่บทนี้สอน ในโรงงานที่สร้างจากเนื้อหาที่อบรม · โรงหม้อไอน้ำ

ภาพโรงงานจำลอง ห้องของบทนี้สว่าง

ลองปรับเอง · เปลี่ยนค่าแล้วเห็นผลทันที

สถานการณ์จำลอง 2 เรื่อง · เลือกทางแก้แล้วเห็นผลเป็นตัวเลขจากตำรา

ที่มา: คู่มือผู้รับผิดชอบด้านพลังงานสามัญ (โรงงาน) พ.ศ. 2567 (พพ.) ตอนที่ 3 การจัดการพลังงานความร้อน บทที่ 2 · หน้า 2-1 ถึง 2-171 (หน้าไฟล์ 36–205)