
อ่านจบแล้วคุณจะ
- อธิบายหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า
- อธิบายประสิทธิภาพและการสูญเสียในมอเตอร์ไฟฟ้า
- เปรียบเทียบราคาและค่าใช้จ่ายในการใช้งานของมอเตอร์ไฟฟ้า
⏱ สรุป 1 นาที 4 เรื่องที่ต้องจำ · ปัดหรือกดลูกศรดู · กดการ์ดเพื่อไปอ่าน
มอเตอร์อยู่ตรงไหนในระบบ — ที่นิยมใช้มากที่สุดในโรงงาน: มอเตอร์เหนี่ยวนำแบบโรเตอร์กรงกระรอก
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 3 บทที่ 2 มอเตอร์ไฟฟ้า⚙️2/4 · หัวข้อย่อย 3ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อขับภาระประมาณ 80–100% ของพิกัด
ที่มา: ตำรา ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส (ผอส.) ไฟฟ้า ตอนที่ 3 บทที่ 2 หัวข้อ 2.2–2.3 ตัวอย่างที่ 2.1 · หัวข้อมอเตอร์ขนาดเหมาะสมกับภาระ⚙️3/4 · หัวข้อย่อย 4เลือกมอเตอร์ให้ดูค่าไฟตลอดอายุ ไม่ใช่ดูแค่ราคาซื้อ
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 3 บทที่ 2 มอเตอร์ไฟฟ้า⚙️4/4 · หัวข้อย่อย 9ราคาสูงกว่ามอเตอร์มาตรฐานประมาณ 20% คืนทุนด้วยค่าไฟที่ประหยัด
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 3 บทที่ 2 มอเตอร์ไฟฟ้ามอเตอร์อยู่ตรงไหนในระบบ
โครงสร้าง: สเตเตอร์ · โรเตอร์

กระแสไหลในขดลวดสเตเตอร์ → สนามแม่เหล็กหมุน → โรเตอร์หมุนตาม แต่ช้ากว่าความเร็วซิงโครนัส (ผลต่าง = สลิป)
🔗 เรื่องนี้ใช้ต่อที่หัวข้อ 2.2 · มอเตอร์เหนี่ยวนำ 3 เฟส
มอเตอร์สูญเสียพลังงานตรงไหน
🤔 ลองตอบก่อนอ่าน
ซื้อมอเตอร์ใหญ่เผื่อไว้มาก ๆ แล้วให้วิ่งเบา ๆ แค่ราว 30% ของพิกัด ลองเดาว่าดีไหม
⭐ ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อขับภาระประมาณ 80–100% ของพิกัด
เฉลยจากหัวข้อย่อยนี้ · อ่านรายละเอียดต่อด้านล่างหลักการ: ทำไมภาระต่ำ ประสิทธิภาพตก
ประสิทธิภาพ = กำลังเอาต์พุต ÷ (กำลังเอาต์พุต + กำลังสูญเสีย) · การสูญเสียคงที่ (แกนเหล็ก แรงลม แรงเสียดทาน) เกิดเท่าเดิมไม่ว่าภาระมากหรือน้อย เมื่อภาระต่ำ เอาต์พุตลดลงแต่การสูญเสียคงที่ไม่ลด สัดส่วนสูญเสียจึงโตขึ้น — มอเตอร์ใหญ่เกินภาระจึงมีประสิทธิภาพและตัวประกอบกำลังต่ำลง
วิธีการ: วัดแล้วคำนวณ (ตัวอย่างที่ 2.1 ในตำรา)
มอเตอร์ 22 kW (กิโลวัตต์) 380 V 43 A ขับปั๊มน้ำ วัดได้ 378 V · 42.73 A · 21 kW ⇒ สมรรถนะการใช้งาน = 21 ÷ 22 × 100 = 95.45% · ตัวประกอบกำลัง = P ÷ S = 21 ÷ (√3 × 378 × 42.73 ÷ 1,000) = 21 ÷ 27.98 ≈ 0.75
ที่มา: ตำรา ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอาวุโส (ผอส.) ไฟฟ้า ตอนที่ 3 บทที่ 2 หัวข้อ 2.2–2.3 ตัวอย่างที่ 2.1 · หัวข้อมอเตอร์ขนาดเหมาะสมกับภาระ
🔗 เรื่องนี้ใช้ต่อที่หัวข้อ 3.3 · หาประสิทธิภาพมอเตอร์จากการวัด
ราคามอเตอร์ เทียบค่าไฟตลอดอายุ
🤔 ลองตอบก่อนอ่าน
จะเลือกซื้อมอเตอร์ ลองเดาว่าควรดูอะไรเป็นหลัก
⭐ เลือกมอเตอร์ให้ดูค่าไฟตลอดอายุ ไม่ใช่ดูแค่ราคาซื้อ
เฉลยจากหัวข้อย่อยนี้ · อ่านรายละเอียดต่อด้านล่างราคามอเตอร์โดยเฉลี่ยประมาณ 1–2% ของค่าไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน (20 ปี) — ลองคำนวณดู
📝 ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · ตัวอย่างที่ 2.2 ในตำรา
มอเตอร์ 55 kW ประสิทธิภาพ 91.5% ใช้งานเฉลี่ย 80% ของภาระ ราคา 90,000 บาท ใช้งาน 4,000 ชั่วโมง/ปี ค่าพลังงานไฟฟ้า 1.7034 บาท/kWh ค่าความต้องการกำลังไฟฟ้าสูงสุด 256.07 บาท/kW อายุ 20 ปี ค่าไฟตลอดอายุเป็นเท่าไร และราคามอเตอร์คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
- ค่าพลังงานไฟฟ้าต่อปี = (kW พิกัด ÷ ประสิทธิภาพ) × %ภาระ × ชั่วโมง/ปี × ค่าพลังงาน = (55 ÷ 0.915) × 0.8 × 4,000 × 1.7034 = 327,649 บาท/ปี
- ค่าความต้องการกำลังไฟฟ้าต่อปี = kW สูงสุด × อัตรา × 12 เดือน = 55 × 256.07 × 12 = 169,006 บาท/ปี
- ค่าไฟฟ้าตลอดอายุ = (327,649 + 169,006) × 20 ปี = 9,933,100 บาท
- ราคามอเตอร์ ÷ ค่าไฟตลอดอายุ = 90,000 ÷ 9,933,100 × 100% = 0.90%
- หลักการ: ราคามอเตอร์เป็นส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าไฟตลอดอายุ — เลือกมอเตอร์จากประสิทธิภาพ ไม่ใช่จากราคาซื้อ
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 3 บทที่ 2 หัวข้อ 2.4 ตัวอย่างที่ 2.2
มอเตอร์ไหม้: พันขดลวดใหม่ หรือซื้อใหม่
การพันขดลวดใหม่ทำให้ประสิทธิภาพลดลงประมาณ 1–3% บางครั้งซื้อมอเตอร์ใหม่ประหยัดกว่า — ลองเทียบ
📝 ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น · ตัวอย่างที่ 2.3 ในตำรา
มอเตอร์ 22 kW พันขดลวดใหม่ 13,000 บาท ประสิทธิภาพเหลือ 84% · มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงตัวใหม่ 43,000 บาท ประสิทธิภาพ 92% · ภาระเฉลี่ย 80% ใช้งานวันละ 16 ชั่วโมง ค่าไฟเฉลี่ย 2.5 บาท/kWh ควรพันใหม่หรือซื้อใหม่
- พันขดลวดใหม่: พลังงาน = (kW พิกัด ÷ ประสิทธิภาพ) × ชั่วโมง/ปี × %ภาระ = (22 ÷ 0.84) × 16 × 365 × 0.8 = 122,362 kWh (กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ หน่วย)/ปี
- ซื้อใหม่: (22 ÷ 0.92) × 16 × 365 × 0.8 = 111,722 kWh/ปี
- ประหยัด = (122,362 − 111,722) × 2.5 = 26,600 บาท/ปี
- ราคาที่จ่ายเพิ่มถ้าซื้อใหม่ = 43,000 − 13,000 = 30,000 บาท
- ระยะคืนทุน = 30,000 ÷ 26,600 ≈ 1.1 ปี (ตำราเขียน 1.12 ปี) ⇒ ซื้อมอเตอร์ใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า
- หลักการ: มอเตอร์ที่พันขดลวดใหม่ประสิทธิภาพลดลง ค่าไฟที่เพิ่มทุกปีมากกว่าเงินที่ประหยัดได้ตอนซ่อม
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 3 บทที่ 2 หัวข้อ 2.5 ตัวอย่างที่ 2.3
🔗 เรื่องนี้ใช้ต่อที่หัวข้อ 1.5 · เกณฑ์ประเมินโครงการ
ขนาดต้องเหมาะกับภาระ
มอเตอร์ใหญ่เกินไป → ทำงานที่ภาระต่ำ → ประสิทธิภาพและตัวประกอบกำลังต่ำลง · ต้องวัดการใช้งานจริงก่อนปรับขนาด
ตัวเลขจากตัวอย่างที่ 2.4 ในตำรา (มอเตอร์ปั๊มน้ำ)
ใช้มอเตอร์เต็มพิกัดหรือเกินพิกัดเล็กน้อยยิ่งคุ้ม
✅ ตำรา: ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมอเตอร์ขับภาระประมาณ 80–100% ของภาระเต็มที่ · ข้อควรระวัง ไม่ควรให้มอเตอร์รับภาระเกินกำลัง (Over load) เพราะประสิทธิภาพจะต่ำลงและความร้อนจะเพิ่มสูงขึ้น
ที่มา: ตำรา ผอส. ไฟฟ้า ตอนที่ 3 บทที่ 2 หัวข้อ 2.2
อย่าเดินตัวเปล่า · ตั้งสายพานให้ตึงพอดี
อุปกรณ์ปรับความเร็วรอบ (VSD)

- เลือกความเร็วรอบที่เหมาะสมตามงาน
- ควบคุมแบบวงปิด แม่นยำ มีเสถียรภาพ
- ลดการสึกหรอของเครื่องจักร
- เพิ่มคุณภาพชิ้นงาน ลดต้นทุนการผลิต
- ลดการกระชากไฟตอนเริ่มต้น → ลด Demand
- ประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานตามความจำเป็นของภาระ
หลักการ: ทำไม อุปกรณ์ปรับความเร็วรอบ (Variable Speed Drive: VSD) ประหยัดไฟ — เดิมคุมการไหลของปั๊ม พัดลม และโบลเวอร์ด้วยวาล์วหรือแดมเปอร์ ขณะที่มอเตอร์ยังหมุนเต็มรอบ อุปกรณ์ราคาถูกแต่ประสิทธิภาพต่ำ เสียค่าใช้จ่ายมาก · VSD ลดความเร็วรอบตามความต้องการของภาระแทน มอเตอร์จึงใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น
ปรับความถี่และแรงดัน (V/f) ให้มอเตอร์หมุนช้าลงตามภาระ · ใช้มากกับปั๊มและพัดลม ดูหัวข้อ 4.1
🔗 เรื่องนี้ใช้ต่อที่หัวข้อ 2.2 · ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์กำลัง · 4.1 · กฎการแปรผัน: ลดรอบนิดเดียว ไฟลดมาก
มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงต่างจากมอเตอร์ธรรมดาอย่างไร
บำรุงรักษามอเตอร์
สาเหตุที่ทำให้สั่นสะเทือน
ตัวเลขที่ต้องจำในหัวข้อนี้
ที่มา: ตำราฝึกอบรม ผอส. ด้านไฟฟ้า (พพ.) ตอนที่ 3 บทที่ 2 มอเตอร์ไฟฟ้า
